
วันที่
2026-09-02
ระยะเวลา
82 คืน
ท่าเรือต้นทาง
คาสตรีส์
Saint Lucia
ท่าเรือปลายทาง
อูชูไอยา
Argentina
ระดับ
สำรวจ
ธีม
—








ซีบอร์น
2023
—
23,000 GT
264
132
120
557 m
24 m
22 knots
ไม่
บรูมเป็นเมืองเพิร์ลลิ่งที่ห่างไกลในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ซึ่งชายหาดเคเบิลบีชที่มีทรายขาวยาวถึง 22 กิโลเมตรนั้นมาบรรจบกับป่าคิมเบอร์ลีย์และมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลายซึ่งได้รับอิทธิพลจากอุตสาหกรรมไข่มุกทะเลใต้ สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการนั่งอูฐชมพระอาทิตย์ตกที่ชายหาดเคเบิลบีช การเยี่ยมชมโรงภาพยนตร์กลางแจ้งที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และการเดินทางไปยังน้ำตกแนวนอน ฤดูแล้ง (พฤษภาคม–ตุลาคม) มอบสภาพอากาศที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสำรวจ.
อ่าวยัมปี (Yampi Sound) เป็นท่าเรือที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลของชายฝั่งคิมเบอร์ลี (Kimberley) ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย (Western Australia) ซึ่งมีหน้าผาหินทรายที่มีอายุมากกว่าพันล้านปี ที่ซ่อนอยู่ภายในคือแกลเลอรีศิลปะหินวานจินา (Wandjina) ที่เก่าแก่และภูมิทัศน์ที่มีน้ำขึ้นน้ำลงที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลก ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ การชมสายน้ำตกที่ไหลลดหลั่นจากเรือโซเดียค (Zodiac) การพบกับศิลปะหินที่มีอายุกว่า 40,000 ปี และการเฝ้าดูวาฬหลังค่อมในน่านน้ำที่มีความปลอดภัย ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนเมษายนถึงตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด โดยเฉพาะเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่มีน้ำตกที่งดงามที่สุดซึ่งเกิดจากฝนที่ลดลงในฤดูฝนที่ผ่านมา.

ทาลบอตเบย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นสถานที่ที่แสดงถึงมรดกทางธรรมชาติที่น่าทึ่งของซีกโลกใต้—ชายฝั่งที่บริสุทธิ์ สัตว์ป่าที่มีเอกลักษณ์ และภูมิทัศน์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาอันเก่าแก่ ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการชิมอาหารทะเลท้องถิ่นที่ยอดเยี่ยมและการสำรวจอุทยานแห่งชาติที่อยู่รอบๆ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน เมื่อสภาพอากาศแห้งแล้งและอุณหภูมิยังคงสบาย เรือสำราญเช่น Seabourn มีท่าเรือนี้อยู่ในเส้นทางที่น่าสนใจที่สุดของพวกเขา ไม่ว่าคุณจะมีเวลาสองสามชั่วโมงหรือเต็มวัน ท่าเรือแห่งนี้ก็ให้รางวัลแก่การสำรวจในทุกจังหวะและทุกทิศทาง.
แนวปะการังมอนต์โกเมอรีฟ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย นำเสนอมรดกทางธรรมชาติที่น่าทึ่งของซีกโลกใต้—ชายฝั่งที่บริสุทธิ์ สัตว์ป่าที่ไม่เหมือนใคร และภูมิทัศน์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาอันเก่าแก่ ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการลิ้มลองอาหารทะเลท้องถิ่นที่ยอดเยี่ยมและการสำรวจอุทยานแห่งชาติที่อยู่รอบๆ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน เมื่อสภาพอากาศแห้งแล้งและอุณหภูมิยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ สายการเดินเรืออย่าง Seabourn มีท่าเรือนี้อยู่ในเส้นทางที่น่าสนใจที่สุดของพวกเขา ไม่ว่าคุณจะมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือเต็มวัน ท่าเรือแห่งนี้ก็ให้รางวัลแก่การสำรวจในทุกจังหวะและทุกทิศทาง.
Swift Bay เป็นท่าเรือที่ห่างไกลบนชายฝั่ง Kimberley ของออสเตรเลีย ที่เปิดโอกาสให้เข้าถึงศิลปะหินโบราณของชาวอะบอริจิน ทิวทัศน์ภูมิประเทศที่มีน้ำขึ้นน้ำลงขนาดใหญ่ และป่าไม้ที่บริสุทธิ์ซึ่งเข้าถึงได้เฉพาะด้วยเรือสำรวจ สิ่งที่ต้องทำมีมากมาย รวมถึงการเดินทางด้วยเรือ Zodiac ผ่านหน้าผาหินทรายที่มีอายุกว่าพันล้านปี การชมศิลปะหิน Gwion Gwion ร่วมกับเจ้าของดั้งเดิม และการเฝ้าดูวาฬหลังค่อม เยี่ยมชมระหว่างเดือนเมษายนถึงตุลาคมในช่วงฤดูแล้ง โดยการล่องเรือสำรวจจากเมือง Broome หรือ Darwin.

แม่น้ำฮันเตอร์และน้ำตกมิทเชลเป็นสัญลักษณ์ของการล่องเรือสำรวจในคิมเบอร์ลีย์ ที่ซึ่งน้ำตกชั้นสี่ร่วงหล่นลงมาจากหินทรายที่มีอายุมากกว่าพันล้านปี และปากแม่น้ำที่เต็มไปด้วยจระเข้เชื่อมต่อกับหนึ่งในพื้นที่ป่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก เยี่ยมชมระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายนบนเรือสำรวจเพื่อสัมผัสประสบการณ์การบินเฮลิคอปเตอร์เหนือทิวทัศน์ของน้ำตกและการพบปะกับศิลปะหินโบราณของชาวอะบอริจินในเรือโซเดียค.

หมู่เกาะแอชมอร์และการ์เทียร์เป็นดินแดนแนวปะการังที่ห่างไกลในออสเตรเลีย ตั้งอยู่ในทะเลติมอร์ต ซึ่งเป็นที่ตั้งของหนึ่งในสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก โดยมีปะการังมากกว่า 250 สายพันธุ์และอาณานิคมของนกทะเลขนาดใหญ่ สามารถเข้าถึงได้เฉพาะโดยเรือสำรวจระหว่างเดือนเมษายนถึงตุลาคม หมู่เกาะเหล่านี้มอบประสบการณ์ที่พิเศษในการพบปะกับระบบนิเวศแนวปะการังที่ยังไม่ถูกแตะต้อง ณ จุดตัดระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก.

อ่าวแวนซิตต์เป็นจุดจอดเรือที่ห่างไกลในชายฝั่งคิมเบอร์ลีย์ของออสเตรเลียตะวันตก ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องศิลปะหินกวีออนกวีออนโบราณที่มีอายุประมาณ 40,000 ปี ซึ่งถูกวาดบนแกลเลอรีหินทรายที่มองเห็นทะเลติมอร์ สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการท่องเที่ยวด้วยเรือยางไปยังสถานที่ศิลปะหิน การสังเกตจระเข้เค็มในป่าชายเลน และการสัมผัสกับช่วงน้ำขึ้นน้ำลงที่น่าตื่นเต้นซึ่งสูงถึงสิบสองเมตร ช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายนเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเข้าถึงและมีสภาพการสำรวจที่สะดวกสบายที่สุด.

ดาร์วินคือเมืองหลวงของเขตเขตร้อนท็อปเอนด์ในออสเตรเลีย ที่ซึ่งมรดกของชนพื้นเมืองที่มีอายุกว่า 65,000 ปีได้มาบรรจบกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่น่าทึ่ง จระเข้เค็ม และการเข้าถึงประตูสู่ศิลปะบนหินโบราณของคาคาดู ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงตลาดพระอาทิตย์ตกที่ชายหาดมินดิล การว่ายน้ำใต้ม่านน้ำตกของลิทช์ฟิลด์ และการชมภาพวาดของชาวอะบอริจินที่มีอายุกว่า 20,000 ปีที่อูบิรร์ ฤดูแห้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมมอบท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งและวัฒนธรรมตลาดกลางแจ้งที่มีชีวิตชีวา.

เกาะอัมบอน ประเทศอินโดนีเซีย เป็นเมืองท่าที่มีเอกลักษณ์ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งได้มาบรรจบกับบรรยากาศท้องถิ่นที่แท้จริง โดยมีการจัดโปรแกรมการเดินทางโดย Seabourn ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดรวมถึงการสำรวจตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาเพื่อค้นหาสpecialties ประจำภูมิภาคและอาหารทะเลสดใหม่ รวมถึงการค้นพบย่านริมน้ำที่ซึ่งมรดกทางทะเลได้มาบรรจบกับพลังงานร่วมสมัย ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เมื่อฤดูแล้งนำมาซึ่งท้องฟ้าที่แจ่มใสและทะเลที่สงบ
โคคาส เป็นชุมชนที่ห่างไกลบนชายฝั่งฟักฟักของปาปัวตะวันตก ซึ่งเป็นประตูสู่แกลเลอรีศิลปะบนหน้าผาโบราณ, แนวปะการังในเขตแนวปะการังสามเหลี่ยมที่มีปะการังมากกว่า 400 สายพันธุ์ และชายฝั่งที่ยังไม่ได้สำรวจมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการล่องเรือไปยังภาพวาดที่ทำด้วยมือบนหน้าผาทะเล, การดำน้ำตื้นในแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก และการเฝ้ารอดูดูโกงและแมนตาเรย์ เยี่ยมชมในช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายนเพื่อสัมผัสสภาพอากาศที่แห้งแล้งที่สุด.

มิโซล, ยาปาป ลากูน, อินโดนีเซีย เป็นเมืองท่าที่โดดเด่นซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งมาบรรจบกับบรรยากาศท้องถิ่นที่แท้จริง โดยมีชื่ออยู่ในเส้นทางการเดินเรือของ Seabourn ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการสำรวจตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาสำหรับของฝากประจำภูมิภาคและอาหารทะเลสดใหม่ รวมถึงการค้นพบย่านริมน้ำที่ซึ่งมรดกทางทะเลมาบรรจบกับพลังงานร่วมสมัย ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เมื่อฤดูแล้งนำมาซึ่งท้องฟ้าที่แจ่มใสและทะเลที่สงบ.
เยนวาอูปนอร์ คือหมู่บ้านปาปัวที่ตั้งอยู่บนเสาในช่องแคบดัมเปียร์ของราชาอัมพัต ซึ่งล้อมรอบด้วยน้ำทะเลที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก และมีชื่อเสียงในเรื่องของปลากระเบนแมนตาที่ว่ายผ่านป่าชายเลนริมชายฝั่ง นักท่องเที่ยวควรดำน้ำตื้นในสวนปะการังที่บริสุทธิ์ สัมผัสวัฒนธรรมการประมงแบบดั้งเดิมของปาปัว และได้เห็นความเข้มข้นของชีวิตทางทะเลที่น่าทึ่งในช่องแคบนี้ ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเมษายนเป็นช่วงเวลาที่ทะเลสงบและมองเห็นการดำน้ำได้ดีที่สุด.
มานอควารี ประเทศอินโดนีเซีย นำเสนอประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านวัฒนธรรมโบราณ อาหารที่ยอดเยี่ยม และความงามของธรรมชาติเขตร้อนที่น่าหลงใหล ห้ามพลาดตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาและฉากอาหารริมถนน ซึ่งรสชาติของภูมิภาคนี้มีความซับซ้อนอย่างน่าทึ่ง สภาพการเยี่ยมชมที่สะดวกสบายที่สุดเกิดขึ้นตลอดทั้งปี แม้ว่าเดือนที่แห้งแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมจะมีสภาพที่สะดวกสบายที่สุด เส้นทางการล่องเรือรวมถึง Seabourn ได้นำเสนอท่าเรือนี้ในเส้นทางที่น่าสนใจที่สุดของพวกเขา ไม่ว่าคุณจะมีเวลาสองสามชั่วโมงหรือเต็มวัน ท่าเรือนี้จะตอบแทนการสำรวจในทุกจังหวะและทุกทิศทางอย่างคุ้มค่า.

อ่าวเซนเดอราวาซีห์ ประเทศอินโดนีเซีย ชวนให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับการผสมผสานอันดื่มด่ำของวัฒนธรรมโบราณ อาหารอันยอดเยี่ยม และความงามเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ควรพลาดตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาและฉากอาหารริมถนน ที่ซึ่งรสชาติท้องถิ่นสร้างความซับซ้อนที่น่าทึ่ง สภาพการเยี่ยมชมที่สะดวกสบายที่สุดเกิดขึ้นตลอดทั้งปี แม้ว่าช่วงเดือนที่แห้งแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมจะมอบสภาพที่สะดวกสบายที่สุด เส้นทางการล่องเรือรวมถึง Seabourn ได้นำเสนอท่าเรือนี้ในเส้นทางที่น่าสนใจที่สุด ไม่ว่าคุณจะมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือเต็มวัน ท่าเรือแห่งนี้ก็ให้รางวัลแก่การสำรวจในทุกจังหวะและทุกทิศทาง.

เจย์ปูราเป็นเมืองหลวงของปาปัวอินโดนีเซีย เมืองชายแดนที่สำนักงานใหญ่ของแมคอาร์เธอร์ในสงครามโลกครั้งที่สองมองเห็นอ่าวโยส ซูดาร์โซ และพิพิธภัณฑ์โลคาบูดายามีการจัดแสดงงานศิลปะปาปัวที่น่าทึ่งรวมถึงการแกะสลักพิธีกรรมและกระเป๋าบิลุม ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการสำรวจชุมชนรอบทะเลสาบเซนตานีและประเพณีการวาดภาพบนเปลือกไม้ การเยี่ยมชมสถานที่ลงจอดในสงครามโลกครั้งที่สอง และการดูนกในเขตสงวนภูเขาซิโคลปส์ ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมมอบสภาพอากาศที่แห้งแล้งที่สุดในเมืองเขตร้อนนี้.
วานิโมเป็นเมืองหลวงที่ห่างไกลของจังหวัดซันดาวน์ในปาปัวนิวกินี ซึ่งนำเสนอคลื่นเซิร์ฟที่ไม่มีผู้คนหนาแน่นในระดับโลก ชายหาดเขตร้อนที่บริสุทธิ์ และการเข้าถึงกลุ่มวัฒนธรรมที่แตกต่างกันมากกว่า 100 กลุ่มในหนึ่งในภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางภาษาอย่างมากที่สุดของโลก สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการเซิร์ฟที่จุดคลื่นที่มีชื่อเสียงนอกหมู่บ้านลิโด การเยี่ยมชมบ้านวิญญาณแบบดั้งเดิม และการดูนกเพื่อชมความงามของนกสวรรค์และนกพิราบมงกุฎวิกตอเรีย แนะนำให้ไปเยือนในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเพื่อสัมผัสกับคลื่นที่ดีที่สุด สภาพอากาศที่แห้งและสบาย
เกาะการอเว เป็นแอ่งภูเขาไฟที่จมอยู่ใต้น้ำในทะเลบิสมาร์กของปาปัวนิวกินี มอบประสบการณ์การเทียบท่าที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเรือสำราญจะแล่นผ่านช่องว่างในกำแพงปล่องภูเขาไฟเข้าสู่ลำธารที่มีความสงบและปลอดภัย สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการดำน้ำตื้นในสวนปะการังของแอ่งภูเขาไฟ การชมการแสดงการเต้นรำแบบดั้งเดิมซิงซิง และการหลงใหลในความงดงามทางธรณีวิทยาของท่าเทียบเรือเอง แนะนำให้มาเยือนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเพื่อสัมผัสสภาพอากาศที่แห้งแล้งที่สุดและทะเลที่สงบที่สุด.
หมู่เกาะดยุคออฟยอร์กเป็นหมู่เกาะภูเขาไฟในช่องแคบเซนต์จอร์จของปาปัวนิวกินี ซึ่งพิธีกรรมสวมหน้ากากที่ทรงพลังของดุก-ดุก แนวปะการังในเขตแนวปะการังที่บริสุทธิ์ที่สุด และวิถีชีวิตในหมู่บ้านเมลานีเซียแบบดั้งเดิม มอบประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่แท้จริงที่สุดแห่งหนึ่งในมหาสมุทรแปซิฟิก สิ่งที่ต้องทำ ได้แก่ การชมพิธีกรรมสวมหน้ากากแบบดั้งเดิม การดำน้ำตื้นในสวนปะการังที่ยอดเยี่ยม และการสัมผัสพิธีต้อนรับของหมู่บ้าน เยี่ยมชมในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเพื่อสัมผัสสภาพอากาศที่สะดวกสบายที่สุด.

ราบูลเป็นเมืองที่ถูกฝังบางส่วนอยู่ในแคลเดอร่าของอ่าวซิมป์สันในปาปัวนิวกินี ที่ซึ่งภูเขาไฟทาวูร์วูร์ที่มีไอน้ำพวยพุ่งออกมา อุโมงค์สงครามญี่ปุ่นที่กว้างขวาง และประเพณีวัฒนธรรมโทไลที่มีชีวิตชีวา สร้างประสบการณ์ท่าเรือที่น่าทึ่งที่สุดแห่งหนึ่งในแปซิฟิก เยี่ยมชมในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เพื่อสัมผัสการปีนเขาไปยังภูเขาไฟ โบราณคดีในยุคสงคราม และการดำน้ำในแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์.
กิซโซ, หมู่เกาะโซโลมอน เป็นสัญลักษณ์ของความฝันในเกาะแปซิฟิก—น้ำทะเลใสสะอาด, แนวปะการังที่มีชีวิตชีวา, และวัฒนธรรมโพลินีเซียนหรือเมลานีเซียนที่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความอบอุ่นอย่างแท้จริง ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดรวมถึงการดำน้ำตื้นในแนวปะการังรอบๆ และการเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนแบบดั้งเดิม เหมาะแก่การเยี่ยมชมตลอดทั้งปี แม้ว่าช่วงที่แห้งแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมจะมีสภาพอากาศที่สะดวกสบายที่สุด เส้นทางการล่องเรือรวมถึง Seabourn ได้นำเสนอท่าเรือนี้ในเส้นทางที่น่าดึงดูดที่สุดของพวกเขา ไม่ว่าคุณจะมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือเต็มวัน ท่าเรือแห่งนี้ก็ให้รางวัลแก่การสำรวจในทุกจังหวะและทุกทิศทาง.

โฮนีอารา, หมู่เกาะโซโลมอน เป็นเมืองท่าที่มีเอกลักษณ์ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งได้มาบรรจบกับบรรยากาศท้องถิ่นที่แท้จริง ซึ่งมีให้เห็นในเส้นทางการเดินทางของ Seabourn ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดรวมถึงการสำรวจตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาสำหรับสินค้าพื้นเมืองและอาหารทะเลสดใหม่ รวมถึงการค้นพบย่านริมน้ำที่มรดกทางทะเลได้มาบรรจบกับพลังงานสมัยใหม่ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เมื่อฤดูแล้งนำมาซึ่งท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งและทะเลที่สงบ.
เกาะวานิโคโร, หมู่เกาะโซโลมอน เป็นเมืองท่าที่โดดเด่นซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมลึกซึ้งมาบรรจบกับบรรยากาศท้องถิ่นที่แท้จริง ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่มีอยู่ในเส้นทางการเดินเรือของ Seabourn ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดรวมถึงการสำรวจตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาสำหรับของฝากประจำภูมิภาคและอาหารทะเลสดใหม่ รวมถึงการค้นพบย่านริมทะเลที่มรดกทางทะเลผสมผสานกับพลังงานร่วมสมัย ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เมื่อฤดูแล้งนำมาซึ่งท้องฟ้าที่แจ่มใสและทะเลที่สงบ.
อัมบริมเป็นเกาะภูเขาไฟในวานูอาตูที่มีภูเขาไฟที่ยังคงมีชีวิตอยู่สองลูก ซึ่งรักษาแหล่งน้ำลาวาที่เปล่งประกาย และวัฒนธรรมท้องถิ่นยังคงรักษาการเต้นรำที่มีหน้ากากและประเพณีเวทมนตร์ที่ไม่มีที่ไหนในเมลานีเซียให้คงอยู่ สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการเดินป่าไปยังแคลเดอราของภูเขาไฟ การชมพิธีการเต้นรำโรม และการลิ้มรสคาวาที่มีชื่อเสียงในความเข้มข้นของเกาะ ฤดูแล้ง (พฤษภาคม–ตุลาคม) เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมภูเขาไฟและการพบปะทางวัฒนธรรม.

ลาวโทกา เมืองน้ำตาลของฟิจิ เป็นท่าเรือที่มีเอกลักษณ์ในฝั่งตะวันตกของวิติเลวู ซึ่งมีโรงงานน้ำตาลที่มีอายุกว่าศตวรรษ ตลาดเทศบาลที่มีชีวิตชีวา และสวนพฤกษศาสตร์ที่เขียวชอุ่ม เผยให้เห็นความเป็นจริงของแปซิฟิกใต้ที่ไม่เร่งรีบ ผู้เยี่ยมชมควรลิ้มลองโคโคด้าและหมูรมควันลอวที่ตลาดริมทะเล และสำรวจหมู่เกาะยาซาวาหรือ น้ำตกในป่าฝนของตาเวอูนี ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมมอบสภาพการล่องเรือที่สะดวกสบายที่สุด ด้วยวันที่อุ่นสบาย ความชื้นต่ำ และทะเลที่สงบ เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวชายฝั่ง.
คาดาวูเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของฟิจิ และเป็นที่ตั้งของแนวปะการังเกรต แอสโทรเลเบ ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดและมีสุขภาพดีที่สุดในโลก ยาวกว่า 100 กิโลเมตร ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการดำน้ำในช่องทางของปลากระเบนราหู การดูนกเพื่อค้นหาสายพันธุ์เฉพาะถิ่นสี่ชนิด และการเข้าร่วมพิธีการคาวาแบบดั้งเดิม ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการมองเห็นและสภาพอากาศที่สงบที่สุด.

ฟูลังกาเป็นเกาะหินปูนที่ยกตัวขึ้นอย่างห่างไกลในกลุ่มเกาะเซาท์เทิร์นเลา ของฟิจิ ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของทะเลสาบกลางที่งดงามที่ประดับประดาด้วยเกาะเล็ก ๆ รูปร่างคล้ายเห็ด น้ำที่เหมาะสำหรับการดำน้ำตื้นที่บริสุทธิ์ และประเพณีฟิจิที่มีชีวิตชีวาในการทอผ้าและแกะสลักไม้ สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการพายเรือคายัคในทะเลสาบท่ามกลางรูปทรงหินที่ถูกแกะสลัก ดำน้ำตื้นเหนือสวนปะการังที่มีสีสันสดใส และสัมผัสประสบการณ์พิธีเซวูเซวูคาวาอย่างแท้จริงในหนึ่งในสามหมู่บ้านเล็ก ๆ ฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เมื่อมีลมการค้าที่ยอดเยี่ยมทำให้ทะเลสงบและอุณหภูมิที่สบาย
เนียฟูเป็นเมืองหลวงที่มีเสน่ห์ของกลุ่มเกาะวาวาอูในตองกา ซึ่งเป็นประตูสู่หนึ่งในท่าเรือธรรมชาติที่ดีที่สุดในแปซิฟิกใต้ และเป็นหนึ่งในไม่กี่สถานที่บนโลกที่อนุญาตให้ว่ายน้ำกับวาฬหลังค่อมได้ สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการพบปะกับวาฬในน้ำ การลิ้มลองโอทาอิกา (เซวิเช่โพลินีเซียน) และการแล่นเรือไปยังเกาะที่บริสุทธิ์ นอกจากนี้ ฤดูวาฬจะเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน โดยเดือนกันยายนถึงตุลาคมจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสัมผัสประสบการณ์นี้.
นูกุปูเล เป็นเกาะเล็ก ๆ ในกลุ่มเกาะตองกาทาปูของตองกา ที่นำเสนอประสบการณ์ที่แท้จริงกับวัฒนธรรมโพลินีเซียนในประเทศแปซิฟิกที่ไม่เคยถูกล่าอาณานิคมโดยอำนาจยุโรป ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการดำน้ำตื้นในสวนปะการังที่บริสุทธิ์ การชมพิธีกรรมแบบดั้งเดิมของชาวตองกาและการทำตาปา และ — ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม — การว่ายน้ำร่วมกับวาฬหลังค่อมในพื้นที่ผสมพันธุ์ของพวกมัน ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมมอบสภาพที่ดีที่สุดและตรงกับฤดูวาฬ.

อาเปียคือเมืองหลวงของซามัวและเป็นหัวใจทางวัฒนธรรมของหนึ่งในชาติที่ดั้งเดิมที่สุดในโพลินีเซีย ที่ซึ่งวิถีชีวิตฟาอา ซามัวที่มีอายุสามพันปีเป็นตัวกำหนดจังหวะชีวิตประจำวันรอบๆ เตาอบดินอุมูและงานเลี้ยงวันอาทิตย์ ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการสำรวจร่องน้ำทะเลทูซัว การลิ้มลองโอคะ ปลาดิบในครีมมะพร้าว และการเยี่ยมชมหลุมฝังศพของโรเบิร์ต หลุยส์ สตีเฟนสันที่ตั้งอยู่บนยอดเขา ฤดูแล้งระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมมอบสภาพอากาศเขตร้อนที่สะดวกสบายที่สุด.

ไอโอนาเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ส่องสว่างในหมู่เกาะอินเนอร์เฮบริเดสของสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือในฐานะสถานที่กำเนิดของคริสต์ศาสนาคาทอลิกเซลติก ที่ซึ่งนักบุญโคลัมบาได้ก่อตั้งอารามของเขาในปี ค.ศ. 563 นักท่องเที่ยวควรเดินชมอารามเบเนดิกตินที่ได้รับการบูรณะและสุสานหลวงเรลิก โอดราน จากนั้นค้นหาชายหาดที่มีทรายสีขาวบริสุทธิ์ที่ทรายบาน (Traigh Bàn) ฤดูกาลแล่นเรือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนมอบชั่วโมงแห่งแสงสว่างที่ยาวนานที่สุดและสภาพอากาศที่อ่อนโยน โดยเฉพาะเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมที่มีแสงสว่างนานถึงสิบแปดชั่วโมง ซึ่งทำให้เกาะนี้เปล่งประกายด้วยแสงอันลึกลับที่ดึงดูดใจศิลปินและผู้แสวงบุญมานานหลายศตวรรษ.

ไอทูทากิ คือ แอตอลล์ในหมู่เกาะคุก ที่มีทะเลสาบซึ่งถือได้ว่าเป็นทะเลสาบที่สวยงามที่สุดในโลก เปล่งประกายด้วยเฉดสีฟ้าที่น่าอัศจรรย์รอบๆ เกาะมอทูที่มีต้นปาล์มล้อมรอบ รวมถึงชายหาดที่มีชื่อเสียงของเกาะวันฟุตและที่ทำการไปรษณีย์ที่ห่างไกล เยี่ยมชมระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมผ่านเรือ Paul Gauguin หรือ Silversea เพื่อสัมผัสประสบการณ์การดำน้ำที่ใสสะอาด งานเลี้ยงอาหารแบบดั้งเดิมของโพลินีเซียน และประสบการณ์เกาะแปซิฟิกที่หายากซึ่งทำให้แม้แต่ผู้เดินทางที่มีประสบการณ์มากที่สุดก็ต้องเงียบงัน.

ไรอาเตีย ดินแดนบรรพบุรุษอันศักดิ์สิทธิ์ของการเดินเรือโพลินีเซียน และบ้านของมาราเอะทาปูตาปูอาเตียที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก มอบประสบการณ์การดื่มด่ำที่ไม่เร่งรีบสู่รากฐานทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งที่สุดของเฟรนช์โพลินีเซีย นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดการพายเรือคายัคในแม่น้ำฟาราโอ — แม่น้ำที่สามารถเดินเรือได้เพียงแห่งเดียวในเฟรนช์โพลินีเซีย — และการข้ามลากูนที่แบ่งปันไปยังไร่วนิลาของตาฮาและมอทูที่บริสุทธิ์ ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมนำมาซึ่งวันที่อบอุ่น ลมการค้าที่ย gentle และสภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสำรวจลากูนและการแล่นเรือในมหาสมุทรที่เปิดกว้าง.

ฮัวฮีน ซึ่งมักถูกเรียกว่า "สวนอีเดน" ของเฟรนช์โปลินีเซีย เป็นสวรรค์ของเกาะคู่ที่เขียวชอุ่มระหว่างมูเรียและบอรา บอรา ที่ซึ่งวัดโบราณของชาวโปลินีเซียนตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยป่าและทะเลสาบสีฟ้าครามที่ยังคงสงบเงียบไร้ผู้คนเยี่ยมชม นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดการสำรวจซากโบราณคดีอายุกว่าพันปีที่มาเอวา และการดำน้ำตื้นในทะเลสาบผ่านสวนปะการังที่บริสุทธิ์ ฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม — ฤดูแล้งในซีกโลกใต้ — เมื่อท้องฟ้าแจ่มใส ความชื้นเบาบาง และลมการค้าทางตะวันออกเฉียงใต้พัดพากลิ่นหอมของวานิลลาและดอกเทียเร่ข้ามผืนน้ำ.

ปาเปตี เป็นเมืองหลวงที่มีชีวิตชีวาและมีเสน่ห์ของเฟรนช์โปลินีเซีย — ไม่ใช่สวรรค์ที่ช้าและงดงามตามจินตนาการในโปสเตอร์การท่องเที่ยว แต่เป็นเมืองท่าที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยตลาดผลิตผลสด ร้านเบเกอรีขนมปังบาแกตต์ และชมรมเรือคายัคแบบทาฮีตี ที่มอบประสบการณ์ที่แท้จริงซึ่งตรงข้ามกับทะเลสาบที่เงียบสงบของโบราโบราและโมเรอาใกล้เคียง ตลาดประจำวัน มาร์เช เดอ ปาเปตี เป็นประสบการณ์ที่สำคัญที่สุดของเมือง โดยมีแผงขายของที่เต็มไปด้วยฝักวานิลลา น้ำมันที่มีกลิ่นมอนอย และไข่มุกดำ รวมถึงการจัดดอกไม้ที่สดใสที่สุดในแปซิฟิก โมเรอา ซึ่งมองเห็นได้ข้ามทะเลแห่งดวงจันทร์ และใช้เวลาเพียง 30 นาทีโดยเรือเฟอร์รี่ที่รวดเร็ว มอบทางเลือกที่เงียบสงบอย่างมาก ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม นำมาซึ่งสภาพอากาศที่ดีที่สุด.
อานา, เฟรนช์โปลินีเซีย, เฟรนช์โปลินีเซีย เป็นเมืองท่าที่มีเอกลักษณ์ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งได้มาบรรจบกับบรรยากาศท้องถิ่นที่แท้จริง โดยมีเรือสำราญ Seabourn เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่นำเสนอเส้นทางนี้ ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการสำรวจตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาสำหรับของฝากประจำภูมิภาคและอาหารทะเลสดใหม่ รวมถึงการค้นพบย่านริมน้ำที่ซึ่งมรดกทางทะเลได้มาบรรจบกับพลังงานร่วมสมัย ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เมื่อเดือนที่มีอากาศแห้งและเย็นสบายมอบสภาพที่สะดวกสบายที่สุดสำหรับการสำรวจ.
โตอู อะตอลล์ เป็นวงปะการังที่ห่างไกลอย่างงดงามในหมู่เกาะตูอามูตูของเฟรนช์โปลินีเซีย ซึ่งมีประชากรน้อยกว่า thirty คน และมีลำธารที่มีความใสของน้ำสีฟ้าครามอย่างเหนือธรรมชาติ นักท่องเที่ยวควรดำน้ำตื้นในช่องทางที่อุดมไปด้วยสารอาหารเพื่อพบกับแมนตาเรย์และฉลามปะการัง ลิ้มรสปัวซองครูสดใหม่กับครอบครัวท้องถิ่น และปล่อยใจไปกับจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบของอาตอลล์ ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศที่ดีที่สุด.
อาดัมส์ทาวน์, หมู่เกาะพิตแคร์น, เป็นสัญลักษณ์ของความฝันในเกาะแปซิฟิก—น้ำทะเลใสสะอาด, แนวปะการังที่มีชีวิตชีวา, และวัฒนธรรมโพลินีเซียนหรือเมลานีเซียนที่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความอบอุ่นอย่างแท้จริง ประสบการณ์ที่สำคัญรวมถึงการดำน้ำตื้นในแนวปะการังรอบๆ และการเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนแบบดั้งเดิม เหมาะที่สุดที่จะเยี่ยมชมในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อนในซีกโลกใต้ บริษัทเรือสำราญเช่น Seabourn มีท่าเรือนี้อยู่ในเส้นทางที่น่าดึงดูดที่สุดของพวกเขา ไม่ว่าคุณจะมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือเต็มวัน ท่าเรือแห่งนี้ก็ให้รางวัลแก่การสำรวจในทุกจังหวะและทุกทิศทาง.

หมู่เกาะพิตแคร์น เมืองท่าที่มีเอกลักษณ์แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มรดกทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งได้มาบรรจบกับบรรยากาศท้องถิ่นที่แท้จริง ซึ่งถูกนำเสนอในเส้นทางการเดินทางของ Azamara ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการเดินชมใจกลางเมืองที่มีประวัติศาสตร์เพื่อสัมผัสกับมรดกทางสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย และการค้นหาประเพณีการทำอาหารท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมในสถานที่ที่ห่างไกลจากพื้นที่ท่าเรือ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน เมื่อสภาพอากาศอบอุ่นและมีแสงแดดยาวนานสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในการสำรวจ.

เกาะดุซี่เป็นเกาะปะการังที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ในกลุ่มเกาะพิตแคร์นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของนกทะเลที่กำลังผสมพันธุ์มากกว่าหนึ่งล้านตัว รวมถึงอาณานิคมของนกมาร์ฟี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ตั้งอยู่ในความโดดเดี่ยวที่แทบจะไม่มีการรบกวน ห่างจากแผ่นดินใหญ่กว่า 5,000 กิโลเมตร สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการสังเกตอาณานิคมของนกทะเลอันกว้างใหญ่จากเรือโซดิก การดำน้ำตื้นในแนวปะการังที่ใสสะอาด และการพิจารณาบทบาทที่น่าหดหู่ของเกาะในเรื่องราวของมลพิษพลาสติกทั่วโลก สามารถเข้าถึงได้เฉพาะโดยเรือสำรวจ และเหมาะที่สุดที่จะเยี่ยมชมในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน.

เกาะอีสเตอร์ — ราปานูอิ ในสายตาของชาวโพลินีเซียน — ยืนหยัดเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ห่างไกลและน่าหลงใหลที่สุดบนโลก เป็นฐานที่ตั้งของภูเขาไฟห่างจากชายฝั่งแผ่นดินใหญ่ที่ใกล้ที่สุดถึง 3,700 กิโลเมตร โดยมีเนินเขาและชายฝั่งที่เต็มไปด้วยโมอายหินขนาดใหญ่เกือบ 900 ตัว ซึ่งจุดประสงค์และวิธีการสร้างยังคงเป็นที่สนใจอย่างต่อเนื่อง อุทยานแห่งชาติราปานูอิที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก รวมถึงสถานที่ทางโบราณคดีที่สำคัญที่สุดของเกาะ เช่น เหมืองหินรานอ ราราคู และแท่นบูชาของอาฮู ตงาริกิ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เป็นช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศอบอุ่นและแห้งที่สุดสำหรับการสำรวจหลักฐานชีวิตอันน่าทึ่งของอารยธรรมโพลินีเซียนนี้.

เกาะอีสเตอร์ — ราปานูอิ ในสายตาของชาวโพลินีเซียน — ยืนหยัดเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ห่างไกลและน่าหลงใหลที่สุดบนโลก เป็นฐานที่ตั้งของภูเขาไฟห่างจากชายฝั่งแผ่นดินใหญ่ที่ใกล้ที่สุดถึง 3,700 กิโลเมตร โดยมีเนินเขาและชายฝั่งที่เต็มไปด้วยโมอายหินขนาดใหญ่เกือบ 900 ตัว ซึ่งจุดประสงค์และวิธีการสร้างยังคงเป็นที่สนใจอย่างต่อเนื่อง อุทยานแห่งชาติราปานูอิที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก รวมถึงสถานที่ทางโบราณคดีที่สำคัญที่สุดของเกาะ เช่น เหมืองหินรานอ ราราคู และแท่นบูชาของอาฮู ตงาริกิ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เป็นช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศอบอุ่นและแห้งที่สุดสำหรับการสำรวจหลักฐานชีวิตอันน่าทึ่งของอารยธรรมโพลินีเซียนนี้.
หมู่เกาะฮวน เฟอร์นันเดซ เป็นเขตสงวนชีวมณฑลของยูเนสโก ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งชิลี 670 กิโลเมตร โดยมีอัตราการเป็นเอนเดมิกที่น่าทึ่งซึ่งเทียบเคียงได้กับหมู่เกาะกาลาปากอส — มากกว่าร้อยละหกสิบของพืชพันธุ์ที่พบที่นี่เป็นพืชที่ไม่มีที่ไหนในโลก รวมถึงนกฮัมมิงเบิร์ดฮวน เฟอร์นันเดซที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการเดินป่าในป่าฟิร์นเอนเดมิก การลิ้มลองกุ้งมังกรหินฮวน เฟอร์นันเดซที่มีชื่อเสียง และการสำรวจเกาะที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับโรบินสัน ครูโซ เดือนธันวาคมถึงมีนาคมเป็นช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศแห้งแล้งที่สุดสำหรับการสำรวจเกาะ.

ซานติอาโกเป็นเมืองท่าอันมีชีวิตชีวาในประเทศชิลี ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านประวัติศาสตร์อันยาวนานและวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการลิ้มลองอาหารดั้งเดิมอย่าง "พาสเทล เดอ ชอคโล" และการสำรวจตลาดกลาง (Mercado Central) ฤดูที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (กันยายนถึงพฤศจิกายน) หรือฤดูใบไม้ร่วง (มีนาคมถึงพฤษภาคม) เมื่อสภาพอากาศอ่อนโยนและเมืองเต็มไปด้วยเทศกาลท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวา.

ซานอันโตนิโอ ประเทศชิลี เป็นเมืองท่าที่มีเอกลักษณ์ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งได้มาบรรจบกับบรรยากาศท้องถิ่นที่แท้จริง เมืองนี้ได้รับการจัดอยู่ในเส้นทางการเดินเรือของ Seabourn ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ การเดินชมใจกลางเมืองที่มีประวัติศาสตร์เพื่อสัมผัสกับมรดกทางสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อน และการค้นหาประเพณีการทำอาหารท้องถิ่นที่ร้านที่ชาวบ้านชื่นชอบซึ่งตั้งอยู่ห่างจากพื้นที่ท่าเรือ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือเดือนเมษายนถึงตุลาคม เมื่อสภาพอากาศอบอุ่นและมีแสงแดดยาวนานสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุด.

ปวยร์โตมอนต์คือประตูสู่ปาตาโกเนียของชิลี ที่ซึ่งถนนสายปานอเมริกันสิ้นสุดลง และภูมิทัศน์ของภูเขาไฟ ฟยอร์ด และโบสถ์ไม้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเกาะชิโลเอเริ่มต้นขึ้น เยี่ยมชมตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคมผ่าน Seabourn หรือ Viking เพื่อสะท้อนภาพภูเขาไฟออซอร์โน รสชาติของปูยักษ์ที่ตลาดแองเจลโม และเมืองเยอรมันในเขตทะเลสาบที่มีการแสดงคอนเสิร์ตคลาสสิกพร้อมวิวภูเขาไฟและทะเลสาบที่งดงาม.

คาเลตา ทอร์เทล เป็นหมู่บ้านที่มีเอกลักษณ์ในปาตาโกเนีย สร้างขึ้นทั้งหมดบนทางเดินไม้ที่คดเคี้ยวผ่านป่าไซเพรส ณ จุดบรรจบของแม่น้ำเบเกอร์และพาสกัวในชิลี โดยไม่มีถนนหรือเส้นทางภายในหมู่บ้าน สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการเดินบนเครือข่ายทางเดินไม้ยาวแปดกิโลเมตร การล่องเรือไปยังธารน้ำแข็งฮอร์เก มอนต์ และการชิมปูยักษ์สดที่ถูกจับจากฟยอร์ด แนะนำให้เยี่ยมชมระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมเพื่อสัมผัสสภาพอากาศที่แห้งแล้งที่สุดและวันยาวนานที่สุด沿ทางหลวงคาร์เรเตอรา ออสตัล.
พีลเป็นเมืองประมงที่มีเสน่ห์บนเกาะแมน ซึ่งมีปราสาทจากยุคไวกิ้งตั้งอยู่บนเกาะเซนต์แพทริค และเป็นที่ตั้งของโรงรมปลาคิปเปอร์แบบดั้งเดิมแห่งสุดท้ายของเกาะที่ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 1882 สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการลิ้มลองควีนี่ทอดกรอบและคิปเปอร์รมควันจากโอ๊ค การสำรวจซากปราสาท และการนั่งรถไฟไอน้ำมรดกของเกาะ ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนเป็นช่วงเวลาที่อากาศดีที่สุดสำหรับการสำรวจ.
ธารน้ำแข็งเอล บรูโจ (El Brujo) ไหลลงมาจากสนามน้ำแข็งทางตอนเหนือของปาตาโกเนียสู่ฟยอร์ดแคบ ๆ ในชิลี โดยมีหน้าผาน้ำแข็งสีฟ้าขาวที่แตกตัวเป็นภูเขาน้ำแข็งลงสู่ทะเลสีฟ้าคราม ซึ่งล้อมรอบด้วยป่าไม้บีชใต้แอนตาร์กติกที่เป็นที่อยู่อาศัยของนกหัวขวานมาจัลลานิกและกวางที่เล็กที่สุดในโลก ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการล่องเรือซูดิกท่ามกลางภูเขาน้ำแข็ง การชมเหตุการณ์การแตกตัวของธารน้ำแข็ง และการสังเกตการเล่นของหมอกและแสงที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับชื่อที่มีมนต์ขลังของธารน้ำแข็งนี้ ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมเป็นช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศที่ดีที่สุดสำหรับฟยอร์ดที่ห่างไกลแห่งนี้ในปาตาโกเนีย.

ธารน้ำแข็งปิโอ XI ในประเทศชิลี เป็นเส้นทางทางทะเลที่งดงามซึ่งมีชื่อเสียงในด้านทิวทัศน์ธรรมชาติที่น่าทึ่งและการพบเห็นสัตว์ป่า โดยมีการนำเสนอในเส้นทางการเดินทางของ Seabourn นักเดินทางควรหาที่นั่งบนดาดฟ้าเปิดพร้อมกล้องส่องทางไกลคุณภาพสูงเพื่อประสบการณ์การชมที่ดีที่สุด และควรใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวด้วยเรือโซดิกเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย ฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดคือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เมื่ออุณหภูมิที่อบอุ่นและวันยาวนานเอื้อให้การสำรวจอย่างไม่เร่งรีบ.

ปุนตาอาเรนาส คือเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของชิลี และเป็นประตูประวัติศาสตร์สู่ช่องแคบแมกเจลลัน, แอนตาร์กติกา และเกาะไฟฟ้า นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดการลิ้มรสปูเซนโทลล่าที่สดใหม่ในร้านอาหารริมทะเล และการเดินทางด้วยเรือไปยังอาณานิคมของเพนกวินแมกเจลลันที่เกาะทัคเกอร์ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือในฤดูร้อนของซีกโลกใต้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เมื่ออุณหภูมิอบอุ่น แสงแดดยาวนานเกินสิบโมงเย็น และตารางการล่องเรือสำรวจอยู่ในช่วงพีคที่สุด.

ปุนตาอาเรนาส คือเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของชิลี และเป็นประตูประวัติศาสตร์สู่ช่องแคบแมกเจลลัน, แอนตาร์กติกา และเกาะไฟฟ้า นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดการลิ้มรสปูเซนโทลล่าที่สดใหม่ในร้านอาหารริมทะเล และการเดินทางด้วยเรือไปยังอาณานิคมของเพนกวินแมกเจลลันที่เกาะทัคเกอร์ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือในฤดูร้อนของซีกโลกใต้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เมื่ออุณหภูมิอบอุ่น แสงแดดยาวนานเกินสิบโมงเย็น และตารางการล่องเรือสำรวจอยู่ในช่วงพีคที่สุด.

ประสบการณ์แอนตาร์กติกาเป็นการล่องเรือสำรวจตามคาบสมุทรแอนตาร์กติกา ซึ่งมีภูเขาน้ำแข็งที่สูงตระหง่าน ช่องทางที่ถูกแกะสลักโดยธารน้ำแข็ง และอาณานิคมเพนกวินที่กว้างใหญ่ สร้างประสบการณ์การเดินทางที่ลึกซึ้งที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการลงจอดด้วยเรือโซดิกที่อาณานิคมเพนกวิน การล่องเรือในช่องเลมาร์ที่สงบเงียบราวกับกระจก และการชมวาฬหลังค่อมที่กำลังหาอาหารในน้ำที่อุดมไปด้วยกุ้งคริลล์ เดือนธันวาคมและมกราคมนำเสนอแสงสว่างเกือบตลอดทั้งวัน สภาพอากาศที่อบอุ่นที่สุด และกิจกรรมสัตว์ป่าที่สูงสุดในช่วงฤดูร้อนในซีกโลกใต้.

ประสบการณ์แอนตาร์กติกาเป็นการล่องเรือสำรวจตามคาบสมุทรแอนตาร์กติกา ซึ่งมีภูเขาน้ำแข็งที่สูงตระหง่าน ช่องทางที่ถูกแกะสลักโดยธารน้ำแข็ง และอาณานิคมเพนกวินที่กว้างใหญ่ สร้างประสบการณ์การเดินทางที่ลึกซึ้งที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการลงจอดด้วยเรือโซดิกที่อาณานิคมเพนกวิน การล่องเรือในช่องเลมาร์ที่สงบเงียบราวกับกระจก และการชมวาฬหลังค่อมที่กำลังหาอาหารในน้ำที่อุดมไปด้วยกุ้งคริลล์ เดือนธันวาคมและมกราคมนำเสนอแสงสว่างเกือบตลอดทั้งวัน สภาพอากาศที่อบอุ่นที่สุด และกิจกรรมสัตว์ป่าที่สูงสุดในช่วงฤดูร้อนในซีกโลกใต้.

ประสบการณ์แอนตาร์กติกาเป็นการล่องเรือสำรวจตามคาบสมุทรแอนตาร์กติกา ซึ่งมีภูเขาน้ำแข็งที่สูงตระหง่าน ช่องทางที่ถูกแกะสลักโดยธารน้ำแข็ง และอาณานิคมเพนกวินที่กว้างใหญ่ สร้างประสบการณ์การเดินทางที่ลึกซึ้งที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการลงจอดด้วยเรือโซดิกที่อาณานิคมเพนกวิน การล่องเรือในช่องเลมาร์ที่สงบเงียบราวกับกระจก และการชมวาฬหลังค่อมที่กำลังหาอาหารในน้ำที่อุดมไปด้วยกุ้งคริลล์ เดือนธันวาคมและมกราคมนำเสนอแสงสว่างเกือบตลอดทั้งวัน สภาพอากาศที่อบอุ่นที่สุด และกิจกรรมสัตว์ป่าที่สูงสุดในช่วงฤดูร้อนในซีกโลกใต้.

อุชัวอิอา เมืองที่อยู่ทางตอนใต้สุดของโลก เป็นการผสมผสานที่น่าหลงใหลของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา และความงามของธรรมชาติ ทำให้ที่นี่เป็นท่าเรือที่ไม่เหมือนใครในอาร์เจนตินา ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการลิ้มรสอาหารท้องถิ่นอย่างเซนโทลล่า และการสำรวจทิวทัศน์ที่งดงามของอุทยานแห่งชาติโลสกลาซิเอเรส ที่อยู่ใกล้เคียง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนธันวาคมถึงมีนาคม เมื่อสภาพอากาศอบอุ่น และทิวทัศน์อยู่ในช่วงที่สวยงามที่สุด.
วัน 1
บรูมเป็นเมืองเพิร์ลลิ่งที่ห่างไกลในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ซึ่งชายหาดเคเบิลบีชที่มีทรายขาวยาวถึง 22 กิโลเมตรนั้นมาบรรจบกับป่าคิมเบอร์ลีย์และมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลายซึ่งได้รับอิทธิพลจากอุตสาหกรรมไข่มุกทะเลใต้ สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการนั่งอูฐชมพระอาทิตย์ตกที่ชายหาดเคเบิลบีช การเยี่ยมชมโรงภาพยนตร์กลางแจ้งที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และการเดินทางไปยังน้ำตกแนวนอน ฤดูแล้ง (พฤษภาคม–ตุลาคม) มอบสภาพอากาศที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสำรวจ.
วัน 2
อ่าวยัมปี (Yampi Sound) เป็นท่าเรือที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลของชายฝั่งคิมเบอร์ลี (Kimberley) ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย (Western Australia) ซึ่งมีหน้าผาหินทรายที่มีอายุมากกว่าพันล้านปี ที่ซ่อนอยู่ภายในคือแกลเลอรีศิลปะหินวานจินา (Wandjina) ที่เก่าแก่และภูมิทัศน์ที่มีน้ำขึ้นน้ำลงที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลก ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ การชมสายน้ำตกที่ไหลลดหลั่นจากเรือโซเดียค (Zodiac) การพบกับศิลปะหินที่มีอายุกว่า 40,000 ปี และการเฝ้าดูวาฬหลังค่อมในน่านน้ำที่มีความปลอดภัย ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนเมษายนถึงตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด โดยเฉพาะเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่มีน้ำตกที่งดงามที่สุดซึ่งเกิดจากฝนที่ลดลงในฤดูฝนที่ผ่านมา.
วัน 3

ทาลบอตเบย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นสถานที่ที่แสดงถึงมรดกทางธรรมชาติที่น่าทึ่งของซีกโลกใต้—ชายฝั่งที่บริสุทธิ์ สัตว์ป่าที่มีเอกลักษณ์ และภูมิทัศน์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาอันเก่าแก่ ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการชิมอาหารทะเลท้องถิ่นที่ยอดเยี่ยมและการสำรวจอุทยานแห่งชาติที่อยู่รอบๆ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน เมื่อสภาพอากาศแห้งแล้งและอุณหภูมิยังคงสบาย เรือสำราญเช่น Seabourn มีท่าเรือนี้อยู่ในเส้นทางที่น่าสนใจที่สุดของพวกเขา ไม่ว่าคุณจะมีเวลาสองสามชั่วโมงหรือเต็มวัน ท่าเรือแห่งนี้ก็ให้รางวัลแก่การสำรวจในทุกจังหวะและทุกทิศทาง.
วัน 4
แนวปะการังมอนต์โกเมอรีฟ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย นำเสนอมรดกทางธรรมชาติที่น่าทึ่งของซีกโลกใต้—ชายฝั่งที่บริสุทธิ์ สัตว์ป่าที่ไม่เหมือนใคร และภูมิทัศน์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาอันเก่าแก่ ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการลิ้มลองอาหารทะเลท้องถิ่นที่ยอดเยี่ยมและการสำรวจอุทยานแห่งชาติที่อยู่รอบๆ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน เมื่อสภาพอากาศแห้งแล้งและอุณหภูมิยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ สายการเดินเรืออย่าง Seabourn มีท่าเรือนี้อยู่ในเส้นทางที่น่าสนใจที่สุดของพวกเขา ไม่ว่าคุณจะมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือเต็มวัน ท่าเรือแห่งนี้ก็ให้รางวัลแก่การสำรวจในทุกจังหวะและทุกทิศทาง.
วัน 5
Swift Bay เป็นท่าเรือที่ห่างไกลบนชายฝั่ง Kimberley ของออสเตรเลีย ที่เปิดโอกาสให้เข้าถึงศิลปะหินโบราณของชาวอะบอริจิน ทิวทัศน์ภูมิประเทศที่มีน้ำขึ้นน้ำลงขนาดใหญ่ และป่าไม้ที่บริสุทธิ์ซึ่งเข้าถึงได้เฉพาะด้วยเรือสำรวจ สิ่งที่ต้องทำมีมากมาย รวมถึงการเดินทางด้วยเรือ Zodiac ผ่านหน้าผาหินทรายที่มีอายุกว่าพันล้านปี การชมศิลปะหิน Gwion Gwion ร่วมกับเจ้าของดั้งเดิม และการเฝ้าดูวาฬหลังค่อม เยี่ยมชมระหว่างเดือนเมษายนถึงตุลาคมในช่วงฤดูแล้ง โดยการล่องเรือสำรวจจากเมือง Broome หรือ Darwin.
วัน 6

แม่น้ำฮันเตอร์และน้ำตกมิทเชลเป็นสัญลักษณ์ของการล่องเรือสำรวจในคิมเบอร์ลีย์ ที่ซึ่งน้ำตกชั้นสี่ร่วงหล่นลงมาจากหินทรายที่มีอายุมากกว่าพันล้านปี และปากแม่น้ำที่เต็มไปด้วยจระเข้เชื่อมต่อกับหนึ่งในพื้นที่ป่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก เยี่ยมชมระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายนบนเรือสำรวจเพื่อสัมผัสประสบการณ์การบินเฮลิคอปเตอร์เหนือทิวทัศน์ของน้ำตกและการพบปะกับศิลปะหินโบราณของชาวอะบอริจินในเรือโซเดียค.
วัน 7

หมู่เกาะแอชมอร์และการ์เทียร์เป็นดินแดนแนวปะการังที่ห่างไกลในออสเตรเลีย ตั้งอยู่ในทะเลติมอร์ต ซึ่งเป็นที่ตั้งของหนึ่งในสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก โดยมีปะการังมากกว่า 250 สายพันธุ์และอาณานิคมของนกทะเลขนาดใหญ่ สามารถเข้าถึงได้เฉพาะโดยเรือสำรวจระหว่างเดือนเมษายนถึงตุลาคม หมู่เกาะเหล่านี้มอบประสบการณ์ที่พิเศษในการพบปะกับระบบนิเวศแนวปะการังที่ยังไม่ถูกแตะต้อง ณ จุดตัดระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก.
วัน 8

อ่าวแวนซิตต์เป็นจุดจอดเรือที่ห่างไกลในชายฝั่งคิมเบอร์ลีย์ของออสเตรเลียตะวันตก ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องศิลปะหินกวีออนกวีออนโบราณที่มีอายุประมาณ 40,000 ปี ซึ่งถูกวาดบนแกลเลอรีหินทรายที่มองเห็นทะเลติมอร์ สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการท่องเที่ยวด้วยเรือยางไปยังสถานที่ศิลปะหิน การสังเกตจระเข้เค็มในป่าชายเลน และการสัมผัสกับช่วงน้ำขึ้นน้ำลงที่น่าตื่นเต้นซึ่งสูงถึงสิบสองเมตร ช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายนเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเข้าถึงและมีสภาพการสำรวจที่สะดวกสบายที่สุด.
วัน 9
วัน 10

ดาร์วินคือเมืองหลวงของเขตเขตร้อนท็อปเอนด์ในออสเตรเลีย ที่ซึ่งมรดกของชนพื้นเมืองที่มีอายุกว่า 65,000 ปีได้มาบรรจบกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่น่าทึ่ง จระเข้เค็ม และการเข้าถึงประตูสู่ศิลปะบนหินโบราณของคาคาดู ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงตลาดพระอาทิตย์ตกที่ชายหาดมินดิล การว่ายน้ำใต้ม่านน้ำตกของลิทช์ฟิลด์ และการชมภาพวาดของชาวอะบอริจินที่มีอายุกว่า 20,000 ปีที่อูบิรร์ ฤดูแห้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมมอบท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งและวัฒนธรรมตลาดกลางแจ้งที่มีชีวิตชีวา.
วัน 12
วัน 13

เกาะอัมบอน ประเทศอินโดนีเซีย เป็นเมืองท่าที่มีเอกลักษณ์ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งได้มาบรรจบกับบรรยากาศท้องถิ่นที่แท้จริง โดยมีการจัดโปรแกรมการเดินทางโดย Seabourn ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดรวมถึงการสำรวจตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาเพื่อค้นหาสpecialties ประจำภูมิภาคและอาหารทะเลสดใหม่ รวมถึงการค้นพบย่านริมน้ำที่ซึ่งมรดกทางทะเลได้มาบรรจบกับพลังงานร่วมสมัย ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เมื่อฤดูแล้งนำมาซึ่งท้องฟ้าที่แจ่มใสและทะเลที่สงบ
วัน 14
วัน 15
โคคาส เป็นชุมชนที่ห่างไกลบนชายฝั่งฟักฟักของปาปัวตะวันตก ซึ่งเป็นประตูสู่แกลเลอรีศิลปะบนหน้าผาโบราณ, แนวปะการังในเขตแนวปะการังสามเหลี่ยมที่มีปะการังมากกว่า 400 สายพันธุ์ และชายฝั่งที่ยังไม่ได้สำรวจมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการล่องเรือไปยังภาพวาดที่ทำด้วยมือบนหน้าผาทะเล, การดำน้ำตื้นในแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก และการเฝ้ารอดูดูโกงและแมนตาเรย์ เยี่ยมชมในช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายนเพื่อสัมผัสสภาพอากาศที่แห้งแล้งที่สุด.
วัน 16

มิโซล, ยาปาป ลากูน, อินโดนีเซีย เป็นเมืองท่าที่โดดเด่นซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งมาบรรจบกับบรรยากาศท้องถิ่นที่แท้จริง โดยมีชื่ออยู่ในเส้นทางการเดินเรือของ Seabourn ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการสำรวจตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาสำหรับของฝากประจำภูมิภาคและอาหารทะเลสดใหม่ รวมถึงการค้นพบย่านริมน้ำที่ซึ่งมรดกทางทะเลมาบรรจบกับพลังงานร่วมสมัย ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เมื่อฤดูแล้งนำมาซึ่งท้องฟ้าที่แจ่มใสและทะเลที่สงบ.
วัน 17
เยนวาอูปนอร์ คือหมู่บ้านปาปัวที่ตั้งอยู่บนเสาในช่องแคบดัมเปียร์ของราชาอัมพัต ซึ่งล้อมรอบด้วยน้ำทะเลที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก และมีชื่อเสียงในเรื่องของปลากระเบนแมนตาที่ว่ายผ่านป่าชายเลนริมชายฝั่ง นักท่องเที่ยวควรดำน้ำตื้นในสวนปะการังที่บริสุทธิ์ สัมผัสวัฒนธรรมการประมงแบบดั้งเดิมของปาปัว และได้เห็นความเข้มข้นของชีวิตทางทะเลที่น่าทึ่งในช่องแคบนี้ ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเมษายนเป็นช่วงเวลาที่ทะเลสงบและมองเห็นการดำน้ำได้ดีที่สุด.
วัน 18
มานอควารี ประเทศอินโดนีเซีย นำเสนอประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านวัฒนธรรมโบราณ อาหารที่ยอดเยี่ยม และความงามของธรรมชาติเขตร้อนที่น่าหลงใหล ห้ามพลาดตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาและฉากอาหารริมถนน ซึ่งรสชาติของภูมิภาคนี้มีความซับซ้อนอย่างน่าทึ่ง สภาพการเยี่ยมชมที่สะดวกสบายที่สุดเกิดขึ้นตลอดทั้งปี แม้ว่าเดือนที่แห้งแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมจะมีสภาพที่สะดวกสบายที่สุด เส้นทางการล่องเรือรวมถึง Seabourn ได้นำเสนอท่าเรือนี้ในเส้นทางที่น่าสนใจที่สุดของพวกเขา ไม่ว่าคุณจะมีเวลาสองสามชั่วโมงหรือเต็มวัน ท่าเรือนี้จะตอบแทนการสำรวจในทุกจังหวะและทุกทิศทางอย่างคุ้มค่า.
วัน 19

อ่าวเซนเดอราวาซีห์ ประเทศอินโดนีเซีย ชวนให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับการผสมผสานอันดื่มด่ำของวัฒนธรรมโบราณ อาหารอันยอดเยี่ยม และความงามเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ควรพลาดตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาและฉากอาหารริมถนน ที่ซึ่งรสชาติท้องถิ่นสร้างความซับซ้อนที่น่าทึ่ง สภาพการเยี่ยมชมที่สะดวกสบายที่สุดเกิดขึ้นตลอดทั้งปี แม้ว่าช่วงเดือนที่แห้งแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมจะมอบสภาพที่สะดวกสบายที่สุด เส้นทางการล่องเรือรวมถึง Seabourn ได้นำเสนอท่าเรือนี้ในเส้นทางที่น่าสนใจที่สุด ไม่ว่าคุณจะมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือเต็มวัน ท่าเรือแห่งนี้ก็ให้รางวัลแก่การสำรวจในทุกจังหวะและทุกทิศทาง.
วัน 21

เจย์ปูราเป็นเมืองหลวงของปาปัวอินโดนีเซีย เมืองชายแดนที่สำนักงานใหญ่ของแมคอาร์เธอร์ในสงครามโลกครั้งที่สองมองเห็นอ่าวโยส ซูดาร์โซ และพิพิธภัณฑ์โลคาบูดายามีการจัดแสดงงานศิลปะปาปัวที่น่าทึ่งรวมถึงการแกะสลักพิธีกรรมและกระเป๋าบิลุม ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการสำรวจชุมชนรอบทะเลสาบเซนตานีและประเพณีการวาดภาพบนเปลือกไม้ การเยี่ยมชมสถานที่ลงจอดในสงครามโลกครั้งที่สอง และการดูนกในเขตสงวนภูเขาซิโคลปส์ ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมมอบสภาพอากาศที่แห้งแล้งที่สุดในเมืองเขตร้อนนี้.
วัน 22
วานิโมเป็นเมืองหลวงที่ห่างไกลของจังหวัดซันดาวน์ในปาปัวนิวกินี ซึ่งนำเสนอคลื่นเซิร์ฟที่ไม่มีผู้คนหนาแน่นในระดับโลก ชายหาดเขตร้อนที่บริสุทธิ์ และการเข้าถึงกลุ่มวัฒนธรรมที่แตกต่างกันมากกว่า 100 กลุ่มในหนึ่งในภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางภาษาอย่างมากที่สุดของโลก สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการเซิร์ฟที่จุดคลื่นที่มีชื่อเสียงนอกหมู่บ้านลิโด การเยี่ยมชมบ้านวิญญาณแบบดั้งเดิม และการดูนกเพื่อชมความงามของนกสวรรค์และนกพิราบมงกุฎวิกตอเรีย แนะนำให้ไปเยือนในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเพื่อสัมผัสกับคลื่นที่ดีที่สุด สภาพอากาศที่แห้งและสบาย
วัน 23
วัน 24
เกาะการอเว เป็นแอ่งภูเขาไฟที่จมอยู่ใต้น้ำในทะเลบิสมาร์กของปาปัวนิวกินี มอบประสบการณ์การเทียบท่าที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเรือสำราญจะแล่นผ่านช่องว่างในกำแพงปล่องภูเขาไฟเข้าสู่ลำธารที่มีความสงบและปลอดภัย สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการดำน้ำตื้นในสวนปะการังของแอ่งภูเขาไฟ การชมการแสดงการเต้นรำแบบดั้งเดิมซิงซิง และการหลงใหลในความงดงามทางธรณีวิทยาของท่าเทียบเรือเอง แนะนำให้มาเยือนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเพื่อสัมผัสสภาพอากาศที่แห้งแล้งที่สุดและทะเลที่สงบที่สุด.
วัน 25
หมู่เกาะดยุคออฟยอร์กเป็นหมู่เกาะภูเขาไฟในช่องแคบเซนต์จอร์จของปาปัวนิวกินี ซึ่งพิธีกรรมสวมหน้ากากที่ทรงพลังของดุก-ดุก แนวปะการังในเขตแนวปะการังที่บริสุทธิ์ที่สุด และวิถีชีวิตในหมู่บ้านเมลานีเซียแบบดั้งเดิม มอบประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่แท้จริงที่สุดแห่งหนึ่งในมหาสมุทรแปซิฟิก สิ่งที่ต้องทำ ได้แก่ การชมพิธีกรรมสวมหน้ากากแบบดั้งเดิม การดำน้ำตื้นในสวนปะการังที่ยอดเยี่ยม และการสัมผัสพิธีต้อนรับของหมู่บ้าน เยี่ยมชมในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเพื่อสัมผัสสภาพอากาศที่สะดวกสบายที่สุด.

ราบูลเป็นเมืองที่ถูกฝังบางส่วนอยู่ในแคลเดอร่าของอ่าวซิมป์สันในปาปัวนิวกินี ที่ซึ่งภูเขาไฟทาวูร์วูร์ที่มีไอน้ำพวยพุ่งออกมา อุโมงค์สงครามญี่ปุ่นที่กว้างขวาง และประเพณีวัฒนธรรมโทไลที่มีชีวิตชีวา สร้างประสบการณ์ท่าเรือที่น่าทึ่งที่สุดแห่งหนึ่งในแปซิฟิก เยี่ยมชมในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เพื่อสัมผัสการปีนเขาไปยังภูเขาไฟ โบราณคดีในยุคสงคราม และการดำน้ำในแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์.
วัน 26
วัน 27
กิซโซ, หมู่เกาะโซโลมอน เป็นสัญลักษณ์ของความฝันในเกาะแปซิฟิก—น้ำทะเลใสสะอาด, แนวปะการังที่มีชีวิตชีวา, และวัฒนธรรมโพลินีเซียนหรือเมลานีเซียนที่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความอบอุ่นอย่างแท้จริง ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดรวมถึงการดำน้ำตื้นในแนวปะการังรอบๆ และการเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนแบบดั้งเดิม เหมาะแก่การเยี่ยมชมตลอดทั้งปี แม้ว่าช่วงที่แห้งแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมจะมีสภาพอากาศที่สะดวกสบายที่สุด เส้นทางการล่องเรือรวมถึง Seabourn ได้นำเสนอท่าเรือนี้ในเส้นทางที่น่าดึงดูดที่สุดของพวกเขา ไม่ว่าคุณจะมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือเต็มวัน ท่าเรือแห่งนี้ก็ให้รางวัลแก่การสำรวจในทุกจังหวะและทุกทิศทาง.
วัน 28

โฮนีอารา, หมู่เกาะโซโลมอน เป็นเมืองท่าที่มีเอกลักษณ์ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งได้มาบรรจบกับบรรยากาศท้องถิ่นที่แท้จริง ซึ่งมีให้เห็นในเส้นทางการเดินทางของ Seabourn ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดรวมถึงการสำรวจตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาสำหรับสินค้าพื้นเมืองและอาหารทะเลสดใหม่ รวมถึงการค้นพบย่านริมน้ำที่มรดกทางทะเลได้มาบรรจบกับพลังงานสมัยใหม่ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เมื่อฤดูแล้งนำมาซึ่งท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งและทะเลที่สงบ.
วัน 29
วัน 30
เกาะวานิโคโร, หมู่เกาะโซโลมอน เป็นเมืองท่าที่โดดเด่นซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมลึกซึ้งมาบรรจบกับบรรยากาศท้องถิ่นที่แท้จริง ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่มีอยู่ในเส้นทางการเดินเรือของ Seabourn ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดรวมถึงการสำรวจตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาสำหรับของฝากประจำภูมิภาคและอาหารทะเลสดใหม่ รวมถึงการค้นพบย่านริมทะเลที่มรดกทางทะเลผสมผสานกับพลังงานร่วมสมัย ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เมื่อฤดูแล้งนำมาซึ่งท้องฟ้าที่แจ่มใสและทะเลที่สงบ.
วัน 31
อัมบริมเป็นเกาะภูเขาไฟในวานูอาตูที่มีภูเขาไฟที่ยังคงมีชีวิตอยู่สองลูก ซึ่งรักษาแหล่งน้ำลาวาที่เปล่งประกาย และวัฒนธรรมท้องถิ่นยังคงรักษาการเต้นรำที่มีหน้ากากและประเพณีเวทมนตร์ที่ไม่มีที่ไหนในเมลานีเซียให้คงอยู่ สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการเดินป่าไปยังแคลเดอราของภูเขาไฟ การชมพิธีการเต้นรำโรม และการลิ้มรสคาวาที่มีชื่อเสียงในความเข้มข้นของเกาะ ฤดูแล้ง (พฤษภาคม–ตุลาคม) เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมภูเขาไฟและการพบปะทางวัฒนธรรม.
วัน 32
วัน 33

ลาวโทกา เมืองน้ำตาลของฟิจิ เป็นท่าเรือที่มีเอกลักษณ์ในฝั่งตะวันตกของวิติเลวู ซึ่งมีโรงงานน้ำตาลที่มีอายุกว่าศตวรรษ ตลาดเทศบาลที่มีชีวิตชีวา และสวนพฤกษศาสตร์ที่เขียวชอุ่ม เผยให้เห็นความเป็นจริงของแปซิฟิกใต้ที่ไม่เร่งรีบ ผู้เยี่ยมชมควรลิ้มลองโคโคด้าและหมูรมควันลอวที่ตลาดริมทะเล และสำรวจหมู่เกาะยาซาวาหรือ น้ำตกในป่าฝนของตาเวอูนี ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมมอบสภาพการล่องเรือที่สะดวกสบายที่สุด ด้วยวันที่อุ่นสบาย ความชื้นต่ำ และทะเลที่สงบ เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวชายฝั่ง.
วัน 34
คาดาวูเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของฟิจิ และเป็นที่ตั้งของแนวปะการังเกรต แอสโทรเลเบ ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดและมีสุขภาพดีที่สุดในโลก ยาวกว่า 100 กิโลเมตร ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการดำน้ำในช่องทางของปลากระเบนราหู การดูนกเพื่อค้นหาสายพันธุ์เฉพาะถิ่นสี่ชนิด และการเข้าร่วมพิธีการคาวาแบบดั้งเดิม ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการมองเห็นและสภาพอากาศที่สงบที่สุด.
วัน 35

ฟูลังกาเป็นเกาะหินปูนที่ยกตัวขึ้นอย่างห่างไกลในกลุ่มเกาะเซาท์เทิร์นเลา ของฟิจิ ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของทะเลสาบกลางที่งดงามที่ประดับประดาด้วยเกาะเล็ก ๆ รูปร่างคล้ายเห็ด น้ำที่เหมาะสำหรับการดำน้ำตื้นที่บริสุทธิ์ และประเพณีฟิจิที่มีชีวิตชีวาในการทอผ้าและแกะสลักไม้ สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการพายเรือคายัคในทะเลสาบท่ามกลางรูปทรงหินที่ถูกแกะสลัก ดำน้ำตื้นเหนือสวนปะการังที่มีสีสันสดใส และสัมผัสประสบการณ์พิธีเซวูเซวูคาวาอย่างแท้จริงในหนึ่งในสามหมู่บ้านเล็ก ๆ ฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เมื่อมีลมการค้าที่ยอดเยี่ยมทำให้ทะเลสงบและอุณหภูมิที่สบาย
วัน 36
เนียฟูเป็นเมืองหลวงที่มีเสน่ห์ของกลุ่มเกาะวาวาอูในตองกา ซึ่งเป็นประตูสู่หนึ่งในท่าเรือธรรมชาติที่ดีที่สุดในแปซิฟิกใต้ และเป็นหนึ่งในไม่กี่สถานที่บนโลกที่อนุญาตให้ว่ายน้ำกับวาฬหลังค่อมได้ สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการพบปะกับวาฬในน้ำ การลิ้มลองโอทาอิกา (เซวิเช่โพลินีเซียน) และการแล่นเรือไปยังเกาะที่บริสุทธิ์ นอกจากนี้ ฤดูวาฬจะเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน โดยเดือนกันยายนถึงตุลาคมจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสัมผัสประสบการณ์นี้.
วัน 37
นูกุปูเล เป็นเกาะเล็ก ๆ ในกลุ่มเกาะตองกาทาปูของตองกา ที่นำเสนอประสบการณ์ที่แท้จริงกับวัฒนธรรมโพลินีเซียนในประเทศแปซิฟิกที่ไม่เคยถูกล่าอาณานิคมโดยอำนาจยุโรป ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการดำน้ำตื้นในสวนปะการังที่บริสุทธิ์ การชมพิธีกรรมแบบดั้งเดิมของชาวตองกาและการทำตาปา และ — ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม — การว่ายน้ำร่วมกับวาฬหลังค่อมในพื้นที่ผสมพันธุ์ของพวกมัน ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมมอบสภาพที่ดีที่สุดและตรงกับฤดูวาฬ.
วัน 38
วัน 39

อาเปียคือเมืองหลวงของซามัวและเป็นหัวใจทางวัฒนธรรมของหนึ่งในชาติที่ดั้งเดิมที่สุดในโพลินีเซีย ที่ซึ่งวิถีชีวิตฟาอา ซามัวที่มีอายุสามพันปีเป็นตัวกำหนดจังหวะชีวิตประจำวันรอบๆ เตาอบดินอุมูและงานเลี้ยงวันอาทิตย์ ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการสำรวจร่องน้ำทะเลทูซัว การลิ้มลองโอคะ ปลาดิบในครีมมะพร้าว และการเยี่ยมชมหลุมฝังศพของโรเบิร์ต หลุยส์ สตีเฟนสันที่ตั้งอยู่บนยอดเขา ฤดูแล้งระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมมอบสภาพอากาศเขตร้อนที่สะดวกสบายที่สุด.

ไอโอนาเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ส่องสว่างในหมู่เกาะอินเนอร์เฮบริเดสของสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือในฐานะสถานที่กำเนิดของคริสต์ศาสนาคาทอลิกเซลติก ที่ซึ่งนักบุญโคลัมบาได้ก่อตั้งอารามของเขาในปี ค.ศ. 563 นักท่องเที่ยวควรเดินชมอารามเบเนดิกตินที่ได้รับการบูรณะและสุสานหลวงเรลิก โอดราน จากนั้นค้นหาชายหาดที่มีทรายสีขาวบริสุทธิ์ที่ทรายบาน (Traigh Bàn) ฤดูกาลแล่นเรือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนมอบชั่วโมงแห่งแสงสว่างที่ยาวนานที่สุดและสภาพอากาศที่อ่อนโยน โดยเฉพาะเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมที่มีแสงสว่างนานถึงสิบแปดชั่วโมง ซึ่งทำให้เกาะนี้เปล่งประกายด้วยแสงอันลึกลับที่ดึงดูดใจศิลปินและผู้แสวงบุญมานานหลายศตวรรษ.
วัน 40
วัน 41

ไอทูทากิ คือ แอตอลล์ในหมู่เกาะคุก ที่มีทะเลสาบซึ่งถือได้ว่าเป็นทะเลสาบที่สวยงามที่สุดในโลก เปล่งประกายด้วยเฉดสีฟ้าที่น่าอัศจรรย์รอบๆ เกาะมอทูที่มีต้นปาล์มล้อมรอบ รวมถึงชายหาดที่มีชื่อเสียงของเกาะวันฟุตและที่ทำการไปรษณีย์ที่ห่างไกล เยี่ยมชมระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมผ่านเรือ Paul Gauguin หรือ Silversea เพื่อสัมผัสประสบการณ์การดำน้ำที่ใสสะอาด งานเลี้ยงอาหารแบบดั้งเดิมของโพลินีเซียน และประสบการณ์เกาะแปซิฟิกที่หายากซึ่งทำให้แม้แต่ผู้เดินทางที่มีประสบการณ์มากที่สุดก็ต้องเงียบงัน.
วัน 43

ไรอาเตีย ดินแดนบรรพบุรุษอันศักดิ์สิทธิ์ของการเดินเรือโพลินีเซียน และบ้านของมาราเอะทาปูตาปูอาเตียที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก มอบประสบการณ์การดื่มด่ำที่ไม่เร่งรีบสู่รากฐานทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งที่สุดของเฟรนช์โพลินีเซีย นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดการพายเรือคายัคในแม่น้ำฟาราโอ — แม่น้ำที่สามารถเดินเรือได้เพียงแห่งเดียวในเฟรนช์โพลินีเซีย — และการข้ามลากูนที่แบ่งปันไปยังไร่วนิลาของตาฮาและมอทูที่บริสุทธิ์ ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมนำมาซึ่งวันที่อบอุ่น ลมการค้าที่ย gentle และสภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสำรวจลากูนและการแล่นเรือในมหาสมุทรที่เปิดกว้าง.
วัน 45

ฮัวฮีน ซึ่งมักถูกเรียกว่า "สวนอีเดน" ของเฟรนช์โปลินีเซีย เป็นสวรรค์ของเกาะคู่ที่เขียวชอุ่มระหว่างมูเรียและบอรา บอรา ที่ซึ่งวัดโบราณของชาวโปลินีเซียนตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยป่าและทะเลสาบสีฟ้าครามที่ยังคงสงบเงียบไร้ผู้คนเยี่ยมชม นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดการสำรวจซากโบราณคดีอายุกว่าพันปีที่มาเอวา และการดำน้ำตื้นในทะเลสาบผ่านสวนปะการังที่บริสุทธิ์ ฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม — ฤดูแล้งในซีกโลกใต้ — เมื่อท้องฟ้าแจ่มใส ความชื้นเบาบาง และลมการค้าทางตะวันออกเฉียงใต้พัดพากลิ่นหอมของวานิลลาและดอกเทียเร่ข้ามผืนน้ำ.
วัน 46

ปาเปตี เป็นเมืองหลวงที่มีชีวิตชีวาและมีเสน่ห์ของเฟรนช์โปลินีเซีย — ไม่ใช่สวรรค์ที่ช้าและงดงามตามจินตนาการในโปสเตอร์การท่องเที่ยว แต่เป็นเมืองท่าที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยตลาดผลิตผลสด ร้านเบเกอรีขนมปังบาแกตต์ และชมรมเรือคายัคแบบทาฮีตี ที่มอบประสบการณ์ที่แท้จริงซึ่งตรงข้ามกับทะเลสาบที่เงียบสงบของโบราโบราและโมเรอาใกล้เคียง ตลาดประจำวัน มาร์เช เดอ ปาเปตี เป็นประสบการณ์ที่สำคัญที่สุดของเมือง โดยมีแผงขายของที่เต็มไปด้วยฝักวานิลลา น้ำมันที่มีกลิ่นมอนอย และไข่มุกดำ รวมถึงการจัดดอกไม้ที่สดใสที่สุดในแปซิฟิก โมเรอา ซึ่งมองเห็นได้ข้ามทะเลแห่งดวงจันทร์ และใช้เวลาเพียง 30 นาทีโดยเรือเฟอร์รี่ที่รวดเร็ว มอบทางเลือกที่เงียบสงบอย่างมาก ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม นำมาซึ่งสภาพอากาศที่ดีที่สุด.
วัน 47
อานา, เฟรนช์โปลินีเซีย, เฟรนช์โปลินีเซีย เป็นเมืองท่าที่มีเอกลักษณ์ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งได้มาบรรจบกับบรรยากาศท้องถิ่นที่แท้จริง โดยมีเรือสำราญ Seabourn เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่นำเสนอเส้นทางนี้ ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการสำรวจตลาดท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาสำหรับของฝากประจำภูมิภาคและอาหารทะเลสดใหม่ รวมถึงการค้นพบย่านริมน้ำที่ซึ่งมรดกทางทะเลได้มาบรรจบกับพลังงานร่วมสมัย ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เมื่อเดือนที่มีอากาศแห้งและเย็นสบายมอบสภาพที่สะดวกสบายที่สุดสำหรับการสำรวจ.
วัน 48
โตอู อะตอลล์ เป็นวงปะการังที่ห่างไกลอย่างงดงามในหมู่เกาะตูอามูตูของเฟรนช์โปลินีเซีย ซึ่งมีประชากรน้อยกว่า thirty คน และมีลำธารที่มีความใสของน้ำสีฟ้าครามอย่างเหนือธรรมชาติ นักท่องเที่ยวควรดำน้ำตื้นในช่องทางที่อุดมไปด้วยสารอาหารเพื่อพบกับแมนตาเรย์และฉลามปะการัง ลิ้มรสปัวซองครูสดใหม่กับครอบครัวท้องถิ่น และปล่อยใจไปกับจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบของอาตอลล์ ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศที่ดีที่สุด.
วัน 49
วัน 50
วัน 51
อาดัมส์ทาวน์, หมู่เกาะพิตแคร์น, เป็นสัญลักษณ์ของความฝันในเกาะแปซิฟิก—น้ำทะเลใสสะอาด, แนวปะการังที่มีชีวิตชีวา, และวัฒนธรรมโพลินีเซียนหรือเมลานีเซียนที่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความอบอุ่นอย่างแท้จริง ประสบการณ์ที่สำคัญรวมถึงการดำน้ำตื้นในแนวปะการังรอบๆ และการเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนแบบดั้งเดิม เหมาะที่สุดที่จะเยี่ยมชมในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อนในซีกโลกใต้ บริษัทเรือสำราญเช่น Seabourn มีท่าเรือนี้อยู่ในเส้นทางที่น่าดึงดูดที่สุดของพวกเขา ไม่ว่าคุณจะมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือเต็มวัน ท่าเรือแห่งนี้ก็ให้รางวัลแก่การสำรวจในทุกจังหวะและทุกทิศทาง.
วัน 52

หมู่เกาะพิตแคร์น เมืองท่าที่มีเอกลักษณ์แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มรดกทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งได้มาบรรจบกับบรรยากาศท้องถิ่นที่แท้จริง ซึ่งถูกนำเสนอในเส้นทางการเดินทางของ Azamara ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการเดินชมใจกลางเมืองที่มีประวัติศาสตร์เพื่อสัมผัสกับมรดกทางสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย และการค้นหาประเพณีการทำอาหารท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมในสถานที่ที่ห่างไกลจากพื้นที่ท่าเรือ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน เมื่อสภาพอากาศอบอุ่นและมีแสงแดดยาวนานสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในการสำรวจ.
วัน 53

เกาะดุซี่เป็นเกาะปะการังที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ในกลุ่มเกาะพิตแคร์นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของนกทะเลที่กำลังผสมพันธุ์มากกว่าหนึ่งล้านตัว รวมถึงอาณานิคมของนกมาร์ฟี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ตั้งอยู่ในความโดดเดี่ยวที่แทบจะไม่มีการรบกวน ห่างจากแผ่นดินใหญ่กว่า 5,000 กิโลเมตร สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการสังเกตอาณานิคมของนกทะเลอันกว้างใหญ่จากเรือโซดิก การดำน้ำตื้นในแนวปะการังที่ใสสะอาด และการพิจารณาบทบาทที่น่าหดหู่ของเกาะในเรื่องราวของมลพิษพลาสติกทั่วโลก สามารถเข้าถึงได้เฉพาะโดยเรือสำรวจ และเหมาะที่สุดที่จะเยี่ยมชมในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน.
วัน 54
วัน 55

เกาะอีสเตอร์ — ราปานูอิ ในสายตาของชาวโพลินีเซียน — ยืนหยัดเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ห่างไกลและน่าหลงใหลที่สุดบนโลก เป็นฐานที่ตั้งของภูเขาไฟห่างจากชายฝั่งแผ่นดินใหญ่ที่ใกล้ที่สุดถึง 3,700 กิโลเมตร โดยมีเนินเขาและชายฝั่งที่เต็มไปด้วยโมอายหินขนาดใหญ่เกือบ 900 ตัว ซึ่งจุดประสงค์และวิธีการสร้างยังคงเป็นที่สนใจอย่างต่อเนื่อง อุทยานแห่งชาติราปานูอิที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก รวมถึงสถานที่ทางโบราณคดีที่สำคัญที่สุดของเกาะ เช่น เหมืองหินรานอ ราราคู และแท่นบูชาของอาฮู ตงาริกิ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เป็นช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศอบอุ่นและแห้งที่สุดสำหรับการสำรวจหลักฐานชีวิตอันน่าทึ่งของอารยธรรมโพลินีเซียนนี้.
วัน 57

เกาะอีสเตอร์ — ราปานูอิ ในสายตาของชาวโพลินีเซียน — ยืนหยัดเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ห่างไกลและน่าหลงใหลที่สุดบนโลก เป็นฐานที่ตั้งของภูเขาไฟห่างจากชายฝั่งแผ่นดินใหญ่ที่ใกล้ที่สุดถึง 3,700 กิโลเมตร โดยมีเนินเขาและชายฝั่งที่เต็มไปด้วยโมอายหินขนาดใหญ่เกือบ 900 ตัว ซึ่งจุดประสงค์และวิธีการสร้างยังคงเป็นที่สนใจอย่างต่อเนื่อง อุทยานแห่งชาติราปานูอิที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก รวมถึงสถานที่ทางโบราณคดีที่สำคัญที่สุดของเกาะ เช่น เหมืองหินรานอ ราราคู และแท่นบูชาของอาฮู ตงาริกิ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เป็นช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศอบอุ่นและแห้งที่สุดสำหรับการสำรวจหลักฐานชีวิตอันน่าทึ่งของอารยธรรมโพลินีเซียนนี้.
วัน 58
วัน 59
วัน 60
วัน 61
วัน 62
หมู่เกาะฮวน เฟอร์นันเดซ เป็นเขตสงวนชีวมณฑลของยูเนสโก ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งชิลี 670 กิโลเมตร โดยมีอัตราการเป็นเอนเดมิกที่น่าทึ่งซึ่งเทียบเคียงได้กับหมู่เกาะกาลาปากอส — มากกว่าร้อยละหกสิบของพืชพันธุ์ที่พบที่นี่เป็นพืชที่ไม่มีที่ไหนในโลก รวมถึงนกฮัมมิงเบิร์ดฮวน เฟอร์นันเดซที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการเดินป่าในป่าฟิร์นเอนเดมิก การลิ้มลองกุ้งมังกรหินฮวน เฟอร์นันเดซที่มีชื่อเสียง และการสำรวจเกาะที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับโรบินสัน ครูโซ เดือนธันวาคมถึงมีนาคมเป็นช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศแห้งแล้งที่สุดสำหรับการสำรวจเกาะ.
วัน 64

ซานติอาโกเป็นเมืองท่าอันมีชีวิตชีวาในประเทศชิลี ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านประวัติศาสตร์อันยาวนานและวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการลิ้มลองอาหารดั้งเดิมอย่าง "พาสเทล เดอ ชอคโล" และการสำรวจตลาดกลาง (Mercado Central) ฤดูที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (กันยายนถึงพฤศจิกายน) หรือฤดูใบไม้ร่วง (มีนาคมถึงพฤษภาคม) เมื่อสภาพอากาศอ่อนโยนและเมืองเต็มไปด้วยเทศกาลท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวา.
วัน 65

ซานอันโตนิโอ ประเทศชิลี เป็นเมืองท่าที่มีเอกลักษณ์ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งได้มาบรรจบกับบรรยากาศท้องถิ่นที่แท้จริง เมืองนี้ได้รับการจัดอยู่ในเส้นทางการเดินเรือของ Seabourn ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ การเดินชมใจกลางเมืองที่มีประวัติศาสตร์เพื่อสัมผัสกับมรดกทางสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อน และการค้นหาประเพณีการทำอาหารท้องถิ่นที่ร้านที่ชาวบ้านชื่นชอบซึ่งตั้งอยู่ห่างจากพื้นที่ท่าเรือ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือเดือนเมษายนถึงตุลาคม เมื่อสภาพอากาศอบอุ่นและมีแสงแดดยาวนานสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุด.
วัน 66

ปวยร์โตมอนต์คือประตูสู่ปาตาโกเนียของชิลี ที่ซึ่งถนนสายปานอเมริกันสิ้นสุดลง และภูมิทัศน์ของภูเขาไฟ ฟยอร์ด และโบสถ์ไม้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเกาะชิโลเอเริ่มต้นขึ้น เยี่ยมชมตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคมผ่าน Seabourn หรือ Viking เพื่อสะท้อนภาพภูเขาไฟออซอร์โน รสชาติของปูยักษ์ที่ตลาดแองเจลโม และเมืองเยอรมันในเขตทะเลสาบที่มีการแสดงคอนเสิร์ตคลาสสิกพร้อมวิวภูเขาไฟและทะเลสาบที่งดงาม.
วัน 68

คาเลตา ทอร์เทล เป็นหมู่บ้านที่มีเอกลักษณ์ในปาตาโกเนีย สร้างขึ้นทั้งหมดบนทางเดินไม้ที่คดเคี้ยวผ่านป่าไซเพรส ณ จุดบรรจบของแม่น้ำเบเกอร์และพาสกัวในชิลี โดยไม่มีถนนหรือเส้นทางภายในหมู่บ้าน สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการเดินบนเครือข่ายทางเดินไม้ยาวแปดกิโลเมตร การล่องเรือไปยังธารน้ำแข็งฮอร์เก มอนต์ และการชิมปูยักษ์สดที่ถูกจับจากฟยอร์ด แนะนำให้เยี่ยมชมระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมเพื่อสัมผัสสภาพอากาศที่แห้งแล้งที่สุดและวันยาวนานที่สุด沿ทางหลวงคาร์เรเตอรา ออสตัล.
วัน 70
พีลเป็นเมืองประมงที่มีเสน่ห์บนเกาะแมน ซึ่งมีปราสาทจากยุคไวกิ้งตั้งอยู่บนเกาะเซนต์แพทริค และเป็นที่ตั้งของโรงรมปลาคิปเปอร์แบบดั้งเดิมแห่งสุดท้ายของเกาะที่ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 1882 สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการลิ้มลองควีนี่ทอดกรอบและคิปเปอร์รมควันจากโอ๊ค การสำรวจซากปราสาท และการนั่งรถไฟไอน้ำมรดกของเกาะ ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนเป็นช่วงเวลาที่อากาศดีที่สุดสำหรับการสำรวจ.
ธารน้ำแข็งเอล บรูโจ (El Brujo) ไหลลงมาจากสนามน้ำแข็งทางตอนเหนือของปาตาโกเนียสู่ฟยอร์ดแคบ ๆ ในชิลี โดยมีหน้าผาน้ำแข็งสีฟ้าขาวที่แตกตัวเป็นภูเขาน้ำแข็งลงสู่ทะเลสีฟ้าคราม ซึ่งล้อมรอบด้วยป่าไม้บีชใต้แอนตาร์กติกที่เป็นที่อยู่อาศัยของนกหัวขวานมาจัลลานิกและกวางที่เล็กที่สุดในโลก ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการล่องเรือซูดิกท่ามกลางภูเขาน้ำแข็ง การชมเหตุการณ์การแตกตัวของธารน้ำแข็ง และการสังเกตการเล่นของหมอกและแสงที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับชื่อที่มีมนต์ขลังของธารน้ำแข็งนี้ ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมเป็นช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศที่ดีที่สุดสำหรับฟยอร์ดที่ห่างไกลแห่งนี้ในปาตาโกเนีย.

ธารน้ำแข็งปิโอ XI ในประเทศชิลี เป็นเส้นทางทางทะเลที่งดงามซึ่งมีชื่อเสียงในด้านทิวทัศน์ธรรมชาติที่น่าทึ่งและการพบเห็นสัตว์ป่า โดยมีการนำเสนอในเส้นทางการเดินทางของ Seabourn นักเดินทางควรหาที่นั่งบนดาดฟ้าเปิดพร้อมกล้องส่องทางไกลคุณภาพสูงเพื่อประสบการณ์การชมที่ดีที่สุด และควรใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวด้วยเรือโซดิกเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย ฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดคือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เมื่ออุณหภูมิที่อบอุ่นและวันยาวนานเอื้อให้การสำรวจอย่างไม่เร่งรีบ.
วัน 71

ปุนตาอาเรนาส คือเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของชิลี และเป็นประตูประวัติศาสตร์สู่ช่องแคบแมกเจลลัน, แอนตาร์กติกา และเกาะไฟฟ้า นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดการลิ้มรสปูเซนโทลล่าที่สดใหม่ในร้านอาหารริมทะเล และการเดินทางด้วยเรือไปยังอาณานิคมของเพนกวินแมกเจลลันที่เกาะทัคเกอร์ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือในฤดูร้อนของซีกโลกใต้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เมื่ออุณหภูมิอบอุ่น แสงแดดยาวนานเกินสิบโมงเย็น และตารางการล่องเรือสำรวจอยู่ในช่วงพีคที่สุด.
วัน 73

ปุนตาอาเรนาส คือเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของชิลี และเป็นประตูประวัติศาสตร์สู่ช่องแคบแมกเจลลัน, แอนตาร์กติกา และเกาะไฟฟ้า นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดการลิ้มรสปูเซนโทลล่าที่สดใหม่ในร้านอาหารริมทะเล และการเดินทางด้วยเรือไปยังอาณานิคมของเพนกวินแมกเจลลันที่เกาะทัคเกอร์ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือในฤดูร้อนของซีกโลกใต้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เมื่ออุณหภูมิอบอุ่น แสงแดดยาวนานเกินสิบโมงเย็น และตารางการล่องเรือสำรวจอยู่ในช่วงพีคที่สุด.
วัน 74
วัน 75

ประสบการณ์แอนตาร์กติกาเป็นการล่องเรือสำรวจตามคาบสมุทรแอนตาร์กติกา ซึ่งมีภูเขาน้ำแข็งที่สูงตระหง่าน ช่องทางที่ถูกแกะสลักโดยธารน้ำแข็ง และอาณานิคมเพนกวินที่กว้างใหญ่ สร้างประสบการณ์การเดินทางที่ลึกซึ้งที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการลงจอดด้วยเรือโซดิกที่อาณานิคมเพนกวิน การล่องเรือในช่องเลมาร์ที่สงบเงียบราวกับกระจก และการชมวาฬหลังค่อมที่กำลังหาอาหารในน้ำที่อุดมไปด้วยกุ้งคริลล์ เดือนธันวาคมและมกราคมนำเสนอแสงสว่างเกือบตลอดทั้งวัน สภาพอากาศที่อบอุ่นที่สุด และกิจกรรมสัตว์ป่าที่สูงสุดในช่วงฤดูร้อนในซีกโลกใต้.
วัน 77

ประสบการณ์แอนตาร์กติกาเป็นการล่องเรือสำรวจตามคาบสมุทรแอนตาร์กติกา ซึ่งมีภูเขาน้ำแข็งที่สูงตระหง่าน ช่องทางที่ถูกแกะสลักโดยธารน้ำแข็ง และอาณานิคมเพนกวินที่กว้างใหญ่ สร้างประสบการณ์การเดินทางที่ลึกซึ้งที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการลงจอดด้วยเรือโซดิกที่อาณานิคมเพนกวิน การล่องเรือในช่องเลมาร์ที่สงบเงียบราวกับกระจก และการชมวาฬหลังค่อมที่กำลังหาอาหารในน้ำที่อุดมไปด้วยกุ้งคริลล์ เดือนธันวาคมและมกราคมนำเสนอแสงสว่างเกือบตลอดทั้งวัน สภาพอากาศที่อบอุ่นที่สุด และกิจกรรมสัตว์ป่าที่สูงสุดในช่วงฤดูร้อนในซีกโลกใต้.
วัน 79

ประสบการณ์แอนตาร์กติกาเป็นการล่องเรือสำรวจตามคาบสมุทรแอนตาร์กติกา ซึ่งมีภูเขาน้ำแข็งที่สูงตระหง่าน ช่องทางที่ถูกแกะสลักโดยธารน้ำแข็ง และอาณานิคมเพนกวินที่กว้างใหญ่ สร้างประสบการณ์การเดินทางที่ลึกซึ้งที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก สิ่งที่ต้องทำรวมถึงการลงจอดด้วยเรือโซดิกที่อาณานิคมเพนกวิน การล่องเรือในช่องเลมาร์ที่สงบเงียบราวกับกระจก และการชมวาฬหลังค่อมที่กำลังหาอาหารในน้ำที่อุดมไปด้วยกุ้งคริลล์ เดือนธันวาคมและมกราคมนำเสนอแสงสว่างเกือบตลอดทั้งวัน สภาพอากาศที่อบอุ่นที่สุด และกิจกรรมสัตว์ป่าที่สูงสุดในช่วงฤดูร้อนในซีกโลกใต้.
วัน 81
วัน 82

อุชัวอิอา เมืองที่อยู่ทางตอนใต้สุดของโลก เป็นการผสมผสานที่น่าหลงใหลของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา และความงามของธรรมชาติ ทำให้ที่นี่เป็นท่าเรือที่ไม่เหมือนใครในอาร์เจนตินา ประสบการณ์ที่ต้องทำรวมถึงการลิ้มรสอาหารท้องถิ่นอย่างเซนโทลล่า และการสำรวจทิวทัศน์ที่งดงามของอุทยานแห่งชาติโลสกลาซิเอเรส ที่อยู่ใกล้เคียง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนธันวาคมถึงมีนาคม เมื่อสภาพอากาศอบอุ่น และทิวทัศน์อยู่ในช่วงที่สวยงามที่สุด.


Grand Wintergarden Suite
ดาดฟ้า 7 รวมห้องสวีทกลางเรือ 733 และ 735 เพื่อสร้างห้องสวีท 7353 หรือห้องสวีท 734 และ 736 เพื่อสร้างห้องสวีท 7364 พื้นที่รวม: 1,399 ตารางฟุต (130 ตารางเมตร) รวมถึงระเบียงสองแห่งที่มีพื้นที่รวม 205 ตารางฟุต (19 ตารางเมตร)
ห้องสวีท Grand Wintergarden ทุกห้องบน Seabourn Venture มีพื้นที่นั่งเล่นที่สะดวกสบาย; ระเบียงส่วนตัว; เตียงขนาดควีนไซส์หรือเตียงคู่สองเตียง; ตู้เสื้อผ้าแบบวอล์คอิน; ตู้นิรภัยส่วนตัว; ทีวีแบบอินเตอร์แอคทีฟที่มีเพลงและภาพยนตร์; บาร์และตู้เย็นที่จัดเตรียมไว้เต็มที่; โต๊ะเขียนหนังสือพร้อมกระดาษจดหมายส่วนตัว; โต๊ะเครื่องแป้ง; ห้องน้ำขนาดกว้างขวาง, อ่างอาบน้ำและฝักบัวแยกต่างหาก, เสื้อคลุมอาบน้ำที่นุ่มสบาย, รองเท้าแตะ, ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามระดับหรู, ไดร์เป่าผม และปลั๊กไฟ 110/220V AC.


Owners Suite
ดาดฟ้า 7 สวีท 700, 701 พื้นที่รวม 1,023 ตารางฟุต (95 ตารางเมตร) รวมระเบียงขนาด 484 ตารางฟุต (45 ตารางเมตร)
ห้องสวีทเจ้าของบน Seabourn Venture มีพื้นที่นั่งเล่นที่สะดวกสบาย; ระเบียงส่วนตัว; เตียงขนาดคิงไซส์หรือเตียงคู่สองเตียง; ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่สำหรับอุปกรณ์การสำรวจ; ตู้เซฟส่วนตัว; ทีวีจอแบนแบบโต้ตอบที่มีเพลงและภาพยนตร์; บาร์และตู้เย็นที่มีของเต็ม; โต๊ะเขียนหนังสือพร้อมเครื่องเขียนส่วนตัว; โต๊ะแต่งหน้า; ห้องน้ำกว้างขวางพร้อมอ่างล้างหน้าคู่, อ่างอาบน้ำและฝักบัว, เสื้อคลุมอาบน้ำที่นุ่มสบาย, รองเท้าแตะ, ไดร์เป่าผม และเต้ารับ AC ขนาด 110/220V.



Penthouse Panorama Suite
ห้องสวีท 513-516, 611-614, 711-714, 802-805; พื้นที่รวม: 417 ตารางฟุต (39 ตารางเมตร) รวมระเบียงขนาด 85 ตารางฟุต (8 ตารางเมตร) ห้องสวีท Panorama Veranda ทุกห้องมีพื้นที่นั่งเล่นที่สะดวกสบาย; ระเบียงส่วนตัว; เตียงขนาดควีนไซส์หรือเตียงเดี่ยวสองเตียง; ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in; ตู้นิรภัยส่วนตัว; ทีวีแบบอินเทอร์แอคทีฟพร้อมเพลงและภาพยนตร์; บาร์และตู้เย็นที่จัดเตรียมไว้ครบครัน; โต๊ะเขียนหนังสือพร้อมเครื่องเขียนส่วนบุคคล; โต๊ะเครื่องแป้ง; ห้องน้ำกว้างขวาง, อ่างอาบน้ำและฝักบัวแยกต่างหาก, เสื้อคลุมอาบน้ำที่นุ่มสบาย, รองเท้าแตะ, ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามระดับหรู, เครื่องเป่าผม และปลั๊กไฟ 110/220V AC. *ขนาดระเบียงบางขนาดอาจแตกต่างกันไป.


Penthouse Suite
ดาดฟ้า 8 สวีท 818-821; พื้นที่รวมประมาณ: 527 ตารางฟุต (49 ตารางเมตร) รวมระเบียงขนาด 97 ตารางฟุต (9 ตารางเมตร)
สวีทเพนท์เฮาส์ทั้งหมดบนเรือ Seabourn Venture มีพื้นที่นั่งเล่นที่สะดวกสบาย; ระเบียงส่วนตัว; เตียงขนาดคิงไซส์หรือเตียงเดี่ยวสองเตียง; ตู้เสื้อผ้าแบบเดินเข้า; ตู้นิรภัยส่วนตัว; ทีวีแบบอินเตอร์แอคทีฟที่มีเพลงและภาพยนตร์; บาร์และตู้เย็นที่จัดเต็ม; โต๊ะเขียนหนังสือพร้อมกระดาษจดหมายส่วนตัว; โต๊ะเครื่องแป้ง; ห้องน้ำกว้างขวาง, อ่างอาบน้ำและฝักบัวแยกต่างหาก, เสื้อคลุมอาบน้ำที่นุ่มสบาย, รองเท้าแตะ, ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามสุดหรู, เครื่องเป่าผม และปลั๊กไฟ 110/220V AC.



Signature Suite
Signature Suites ทั้งหมดบนเรือ Seabourn Venture มีพื้นที่นั่งเล่นที่สะดวกสบาย; ระเบียงส่วนตัว; เตียงขนาดควีนไซส์หรือเตียงคู่สองเตียง; ตู้เสื้อผ้าแบบเดินเข้าได้, ตู้นิรภัยส่วนตัว; ทีวีแบบอินเทอร์แอคทีฟที่มีเพลงและภาพยนตร์; บาร์และตู้เย็นที่จัดเตรียมอย่างเต็มที่; โต๊ะเขียนหนังสือพร้อมกระดาษจดหมายส่วนตัว; โต๊ะเครื่องแป้ง; ห้องน้ำขนาดกว้างขวาง, อ่างอาบน้ำและฝักบัวแยกต่างหาก, เสื้อคลุมอาบน้ำที่นุ่มสบาย, รองเท้าแตะ, ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามระดับหรู, เครื่องเป่าผม และปลั๊กไฟ 110/220V AC.


Wintergarden Suite
All Wintergarden Suites onboard Seabourn Venture feature a comfortable living area; private veranda; queen-size bed or two twin beds; walk-in closet; personal safe; interactive TV with music and movies; fully stocked bar and refrigerator; writing desk with personalized stationery; makeup vanity; spacious bathroom, separate tub and shower, plush robes, slippers, luxury health and beauty products, hairdryer and 110/220V AC outlets.


Veranda Suite
ดาดฟ้า 5; พื้นที่รวมประมาณ: 355 ตารางฟุต (33 ตารางเมตร) รวมระเบียงขนาด 75 ตารางฟุต (7 ตารางเมตร) *
ห้องสวีทระเบียงทั้งหมดบน Seabourn Venture มีพื้นที่นั่งเล่นที่สะดวกสบาย; ระเบียงส่วนตัว; เตียงขนาดคิงไซส์หรือเตียงคู่สองเตียง; ตู้เสื้อผ้าแบบเดินเข้า; ตู้นิรภัยส่วนตัว; ทีวีแบบอินเตอร์แอคทีฟพร้อมเพลงและภาพยนตร์; บาร์และตู้เย็นที่จัดเตรียมอย่างเต็มที่; โต๊ะเขียนหนังสือพร้อมกระดาษจดหมายส่วนตัว; โต๊ะเครื่องแป้ง; ห้องน้ำกว้างขวาง, อ่างอาบน้ำและฝักบัวแยกต่างหาก, เสื้อคลุมอาบน้ำที่นุ่มสบาย, รองเท้าแตะ, ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามระดับหรู, เครื่องเป่าผมและปลั๊กไฟ 110/220V AC. *ขนาดระเบียงบางขนาดอาจแตกต่างกัน.
ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมช่วยคุณเลือกห้องพักที่เหมาะสมในราคาที่ดีที่สุด
(+886) 02-2721-7300ติดต่อที่ปรึกษา